ครูที่ปรึกษานักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1  ปีการศึกษา  2564

 

ห้อง

ครูที่ปรึกษา

เบอร์โทรศัพท์

กลุ่มสาระการเรียนรู้

คณะสี

ม.1/1

นางกรรณิการ์    ยาวะโนภาส

09 2495 4144

สังคมศึกษาฯ

ฟ้า

 

นางสาววิลาวัลย์   ชินนะแสง

09 6757 2399

   

ม.1/2

นายยศนันท์  เทพมณี

09 5253 0022

ภาษาไทย

เขียว

ม.1/3

นางดวงตา  เวชกามา

09 7025 6786

ภาษาไทย

เขียว

 

นางธนพร  วงศ์กมลาไสย

09 5613 4721

   

ม.1/4

นายปฐวี  ธนาคุณ

08 3506 0750

ศิลปะ

ฟ้า

 

นายวายุระ  สู้ณรงค์

08 2571 3096

   

ม.1/5

นายศุภชัย   อุดรกิจ

09 3594 5565

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชมพู

 

นางวรวีร์   อุดรกิจ

09 2289 5519

   

ม.1/6

นายสมสมัย   อินทะมน

08 6236 6655

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชมพู

 

นางสาวเสาวณีย์   จันทะคุบ

08 7875 9796

   

ม.1/7

นางเกษอาภรณ์  สิงห์ตา

08 7961 5762

คณิตศาสตร์

แสด

 

นางปิยะนุช  ธิมาชัย

09 5601 3638

   

ม.1/8

นางสาวพิกุลทอง  บุญคำ

09 4920 8228

คณิตศาสตร์

แสด

นางณัฏฐกานต์  วัฒนานุสิทธิ์

09 5616 6888

ม.1/9

นางงามจิต   แก้วพรม

06 3664 6651

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชมพู

 

นางวัลยา  ชยันตรดิลก

09 9424 4196

   

ม.1/10

นางอาทิตยา  แสนโยธา

09 2359 1553

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชมพู

 

นางสาวนราภรณ์  ชัยบัวแดง

08 5260 4735

   

ม.1/11

นางสุรีมาศ    สุขทาษ

09 0245 3791

สังคมศึกษาฯ

ฟ้า

นายกิจเมธี    บุญมา

08 3937 9903

ม.1/12

นางจิรภา  สมหวัง

08 9844 9841

แนะแนว

เขียว

นางสาวศุภรักษ์สิริโสม

09 0254 7156

ม.1/13

นายสุพจน์   พงษ์สถิตย์

08 9848 4005

ภาษาต่างประเทศ

เหลือง

นายอิสระพงษ์  ทาฤทธิ์

08 5417 6255

ม.1/14

นางวันวิสาข์  จตุรภัทรพงศ์

09 1945 4451

ภาษาต่างประเทศ

เหลือง

 

นางสาวสิริรัตน์  งามสาย

08 9944 2029

   

ม.1/15

นางพินทุสร  ไชยธงรัตน์

08 1879 8895

ภาษาต่างประเทศ

เหลือง

 

นางสาวจุฑารัตน์  ทองสอน

09 3469 4244

   

ม.1/16

นางธิดารัตน์  หิรัญพัชรสกุล

08 7600 2784

คณิตศาสตร์

แสด

นางสาวธมลวรรณ  โคตรพันธ์

08 7431 3714

ม.1/17

นางภิรพา   สุวรรณเพชร

09 5613 4294

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชมพู

 

นางสาวสุภาพร   สุดบนิด

09 3896 5649

   

 

ครูที่ปรึกษานักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  ปีการศึกษา 2564

ห้อง

ครูที่ปรึกษา

เบอร์โทรศัพท์

กลุ่มสาระการเรียนรู้

คณะสี

ม.2/1

นางสาวอัญชุลี   อุดรกิจ

06 2894 1519

สังคมศึกษาฯ

ฟ้า

ม.2/2

นางสาวสาวิตรี  ศรีไชย

09 5795 5691

คณิตศาสตร์

แสด

 

นางสาวภัทรสุดา  เอกบุญ

06 1717 6622

   

ม.2/3

นายไพฑูรย์  เหรียญทอง

08 9423 7554

สุขศึกษาและพลศึกษา

เขียว

 

นางนัดจดาจูมวงษ์

08 1967 0757

   

ม.2/4

นางสาวกิตติกุล    พรมชาติ

09 8225  4478

สังคมศึกษาฯ

ฟ้า

นางสาวโยษิตา   ดวงมาลย์

06 3057 8642

ม.2/5

นางสาวสุปราณี  หัวดอน

09 4241 3804

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชมพู

 

นางสาวศรัญญา  ศรีเนตร

08 5630 2781

   

ม.2/6

นางสาววราภรณ์  ไวพจน์

09 8993 5354

ภาษาไทย

เขียว

นางสาวพรรณี  บุญหนุน

08 7179 9288

ม.2/7

นางนุชรี โสภณ

08 9427 6761

คณิตศาสตร์

แสด

นางสุกัญญา  สัมปันโณ

09 7339 9928

ม.2/8

นายธนชน กุดหอม

09 7310 6567

สุขศึกษาและพลศึกษา

เขียว

ม.2/9

นางวนิสา อุตรา

06 3412 5756

ศิลปะ

ฟ้า

 

นายนรินทร์ อุดมนิวิ

08 0417 1143

   

ม.2/10

นางแก่นจันทร์  ทอนศรี

06 1929 5494

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชมพู

 

นายวงศ์หิรัณย์  สัมปันโณ

08 0154 1968

   

ม.2/11

นางสาววิภาพร    ศรีคำเวียง

08 7862 8968

สังคมศึกษาฯ

ฟ้า

 

นางสาวนิตยา   รักบุญ

08 6364 4681

   

ม.2/12

นายณัฐวุฒิ  อ่อนคำ

08 9524 9747

คณิตศาสตร์

แสด

นางสาวสุวิมล   โคตรสมบัติ

08 5349 6812

ม.2/13

นางอัญชณ์วรา ทัศบุตร

08 0091 2285

ภาษาต่างประเทศ

เหลือง

นางสาวดวงจินตน์อินทรรี

09 0261 1492

   

ม.2/14

นางรัศมี   ช่างเกวียน

08 5416 6392

ภาษาต่างประเทศ

เหลือง

 

นางทัศนียา   เวชสุนทร

08 7455 6451

   

ม.2/15

นายนิวัฒน์   สุรเสน

06 2919 1595

ภาษาต่างประเทศ

เหลือง

 

นางสาวกนิษฐา   เครือชารี

08 2369 0879

   

ม.2/16

นางวิราวรรณ หงษ์ทอง

06 1929 5594

คณิตศาสตร์

แสด

ม.2/17

นางสาวณัฐนันท์ เฉลียวพงษ์

06 1451 9165

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชมพู

 

นายวาทิต    แสงจันทร์

09 3545 9612

   

ครูที่ปรึกษานักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  ปีการศึกษา  2564

 

ห้อง

ครูที่ปรึกษา

เบอร์โทรศัพท์

กลุ่มสาระการเรียนรู้

คณะสี

ม.3/1

นางสุภาพร    อ่อนจินดา

08 9945 3990

สังคมศึกษาฯ

ฟ้า

ม.3/2

นางวรรณพร  วงศ์ก่อ

08 7451 6517

คณิตศาสตร์

แสด

 

นางสาวจุฑารัตน์  อธิมัง

08 9848 7183

   

ม.3/3

นายปราโมชสุธีร์

08 6868 1818

สุขศึกษาและพลศึกษา

เขียว

 

นายสันติสุข แก้วศิริ

06 4449 7249

   

ม.3/4

นางอรนิจ  ขันธหัตถ์

09 7093 0330

การงานอาชีพ

เหลือง

 

นางศิริวรรณ  จิตพงษ์

08 1636 2905

   

ม.3/5

นางสาวปราณี  วงเวียน

09 7998 2635

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชมพู

 

นางสาววงษ์นภา  ไชยรักษ์

09 3320 8318

   

ม.3/6

นางวัฒนา  บุญเรือง

08 1466 4811

การงานอาชีพ

เหลือง

 

นายสง่า  พันพิพัฒน์

09 3493 5858

   

นางสาวศิริมนัส   นวลศิริ

08 0163 7428

ม.3/7

นายสุเมธ  โพธิ์ไข

08 7241 2694 

คณิตศาสตร์

แสด

ม.3/8

นางศิริพร   มาตะราช

09 4902 4554

ภาษาไทย

เขียว

 

นางสาววิมลรัตน์  ดีดวงพันธ์

06 2998 5501

   

ม.3/9

นายทวีวัฒน์  เวฬุวนารักษ์

08 7377 3837

ศิลปะ

ฟ้า

 

นางสาวนิศากร  กาแก้ว

09 3476 4276

ม.3/10

นางเทียมจันทร์   ศรีสมุทร

09 3564 1599

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชมพู

 

นางสาวบุษกร   สิงห์คู่

08 1600 1243

   

ม.3/11

ว่าที่ร้อยตรีสมยงค์   มีแก้ว

08 1729 8411

สังคมศึกษาฯ

ฟ้า

นางสาวกุลสตรี   เพชรไพร

06 1156 0667

ม.3/12

นายอำนวย  เวชกามา

08 7213 9755

แนะแนว

เขียว

 

นายบุญหอม  นรสิงห์

08 0488 2213

   

ม.3/13

นายวัฒนะ    กันทาทรัพย์

09 9329 4266

ภาษาต่างประเทศ

เหลือง

ม.3/14

นายสุขนิรันดร์    พันสาย

08 7776 8329

ภาษาต่างประเทศ

เหลือง

 

นายศิวนันท์    นานาค

08 1282 2945

   

ม.3/15

นางเกษิณีย์ราณีเวชช

06 2265 2944

ภาษาต่างประเทศ

เหลือง

 

นายพศิน    พิจารณ์

08 2445 2714

   

ม.3/16

นายชิษณุชา  พระสว่าง

09 8103 0119

คณิตศาสตร์

แสด

 

นายดำรงค์ชัย  มาปะโท

08 5562 5359

   

ม.3/17

นางสาววรากร   บุญทศ

08 3364 7935

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชมพู

 

นางสาวศศิธร   เยื่อใย

09 0281 4153

   

ครูที่ปรึกษานักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4  ปีการศึกษา  2564

 

ห้อง

ครูที่ปรึกษา

เบอร์โทรศัพท์

กลุ่มสาระการเรียนรู้

คณะสี

ม.4/1

นางเพ็ญลักษณ์   สุภา

08 1204 2949

สังคมศึกษา ฯ

ฟ้า

 

นางสาวนันท์นภัส   นุแรมรัมย์

09 5897 1570

   

ม.4/2

นางลักขณา  พรมสุวรรณ

08 9626 1347

ภาษาไทย

เขียว

ม.4/3

นายพิสิษฐ์  วัฒนาไชย

08 5311 8929

การงานอาชีพเหลือง

 
 

นางอัมพร  จันเหลือง

09 7316 0503

   

ม.4/4

นายเพิ่มพูน  บุ้งทอง

08 5479 2149

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชมพู

 

นายมงคล  พันธ์เพชร

06 4931 9829

   

ม.4/5

นางสุกัญญา  มิรัตนไพร

06 3765 6151

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชมพู

 

นายกรบดินทร์  โพธิ์สิงห์

09 6815 5668

   

ม.4/6

นางสรินยา  จันทจร

08 9630 7254

แนะแนว

เขียว

ม.4/7

นางเยาวมาลย์   ละอองนวล

0894262034

คณิตศาสตร์

แสด

ม.4/8

นายชัชวาล   มูลมณี

09 7125 2442

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชมพู

 

นางธิดารัตน์   สร้อยจักร

08 1661 6761

   

ม.4/9

นางกองทอง  จันธิมา

06 3453 5756

ศิลปะ

ฟ้า

 

นายอนันต์  กังสดาร

06 5228 9561

   

ม.4/10

นายเศกสรรค์   สังขทิพย์

0973428201

ภาษาต่างประเทศ

เหลือง

นางสาวลดามณี ผิวทอง

0833693986

ม.4/11

นางวนิดา  ผุดผ่อง

09 3328 1189

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชมพู

 

นายชัชวาลย์  ศรีสุวรรณ์

08 3368 7575

   

ม.4/12

นายจีระศักดิ์   หมื่นแสน

09 36519141

ภาษาต่างประเทศ

เหลือง

 

นางสาวจารวี   งามตา

09 79243598

   

ม.4/13

นายธีระ  แก้วพรม

09 9596 6523

คณิตศาสตร์

แสด

นายวิสันต์  กรสวัสดิ์

08 7513 7076

ม.4/14

นายวุฒิไกร   ปัดภัย

09 9204 5138

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชมพู

 

นางสาวศุภวรรณ   สุเกียรติชัยสกุล

09 3665 6246

   

 

 

ครูที่ปรึกษานักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5  ปีการศึกษา  2564

 

ห้อง

ครูที่ปรึกษา

เบอร์โทรศัพท์

กลุ่มสาระการเรียนรู้

คณะสี

ม.5/1

นายกฤษฎางค์   พื้นแสน

08 7215 2727

สังคมศึกษาฯ

ฟ้า

นางสาวอนัญพร   สุขเฉลิม

08 4526 9717

ม.5/2

นางกฤษณา  วงศ์อินตา

08 9629 6899

คณิตศาสตร์

แสด

ม.5/3

นางจิราพร   บุ้งทอง

08 9718 4851

ภาษาไทย

เขียว

 

นายปรีชา  สารโท

06 1949 5963

   

ม.5/4

นางนิตยา  นูสีหา

08 6866 7211

สุขศึกษาและพลศึกษา

เขียว

นายสุรวุฒิ  ทองจิตร

08 7878 1525

ม.5/5

นายปรีชา  กุมภากูล

08 1186 9870

คณิตศาสตร์

แสด

 

นางสาวศุภวิมล  ผลดี

09 1831 2760

   

ม.5/6

นางอรรัมภา   ธรรมโรเวช

08 2876 7357

สังคมศึกษาฯ

ฟ้า

 

นางสาววัลลีย์   แสงสว่าง

08 5643 4559

   

ม.5/7

นางอุมาพร  อ่อนคำ

09 1863 9082

ภาษาไทย

เขียว

 

นายฆนรุจ  คำคุณนา

08 0753 8302

   

ม.5/8

นางสาวอนุรักษ์  สงัด

08 2326 4201

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชมพู

 

นายอัสนี  มูลสาร

08 1889 9017

   
 

นายทรงสิทธิ์  คุณสวัสดิ์

09 7050 9385

   

ม.5/9

นางสาววราพร  แก้วใส

09 2551 9656

ศิลปะ

ฟ้า

 

นางโคตรเพชร   มีโพธิ์

08 6933 2481

   

ม.5/10

นางสาวเรือนแก้ว  บุญโถน

08 9402 1771

ภาษาต่างประเทศ

เหลือง

 

นางจุฑารัตน์   ทาฤทธิ์

08 0465 0351

   

ม.5/11

นางสาวนงเยาว์  พิญญศักดิ์

08 6055 1635

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชมพู

นางรัดดาวรรณ์  มาปะโท

06 1956 2261  

ม.5/12

นางนันทนา   บุญโสภา

0963297959

ภาษาต่างประเทศ

เหลือง

 

นางสาวศิริมรกต   ศรีมงคล

09 8664 9856

   

ม.5/13

นางธิดาพรรณ  กนิษฐพยาฆร์

06 3364 1656

คณิตศาสตร์

แสด

ม.5/14

นางญาณิศา   แสงแสน

09 5840 8866

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชมพู

 

นางอรธิลา  บุญอาจ

09 1832 0437

   

 

 

 

 

 

ครูที่ปรึกษานักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6  ปีการศึกษา  2564

 

 

ห้อง

ครูที่ปรึกษา

เบอร์โทรศัพท์

กลุ่มสาระการเรียนรู้

คณะสี

ม.6/1

นายธีระวุฒิ   ภูมิแสน

08 9624 1665

สังคมศึกษาฯ

ฟ้า

ม.6/2

นางสาวณัฐกานต์  ภาวะไชย

08 6975 1421

คณิตศาสตร์

แสด

นางอรทัย  วันดี

09 4792 3944

ม.6/3

นางสาวภัคจิรา  สมสะอาด

09 8531 6449

ภาษาไทย

เขียว

นางวิภาวดี  หมื่นแสน

09 4241 3357

ม.6/4

นางอรอนงค์  บุญกาญจน์

09 3325 7980

สุขศึกษาและพลศึกษา

เขียว

ม.6/5

นางนิภาพร   โชติบุญ

08 5023 4623

คณิตศาสตร์

แสด

นางสาวบังอร   มงคลคำ

08 9630 9075

ม.6/6

นางสุภัสสรา   ไชยรักษ์

0969900611

สังคมศึกษาฯ

ฟ้า

นางทัศนัย   งามเนตร

08 1789 1515

ม.6/7

นายประสิทธิ์  ช้อนศรี

08 2155 1884

ภาษาไทย

เขียว

นางสุณีภัสร์  คำมะลุนพัฒนกูล

08 3364 8572

ม.6/8

นางสาวเยาวลักษณ์   มะลาหอม

09 3323 7554

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชมพู

นายสุบัน   พรหมจารีย์

09 4284 2740

นางสาวนวรัตน์   อารมณ์สวะ

09 8953 6528

ม.6/9

นายชัชวาล   ยุบลศรี

09 2410 6434

ศิลปะ

ฟ้า

นางสาวอภัสรา   รู้คุณ

09 8191 2759

ม.6/10

นางสาวศิริวัลย์   ธิมาไชย

0805159159

ภาษาต่างประเทศ

เหลือง

นางสาวจิราพร   กาลจักร์

0996701915

ม.6/11

นางจุฬาลักษณ์  พิทยารัตน์ตระกูล

08 9716 7766

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชมพู

นายสุรศักดิ์   อักษร

09 5146 9529

นางสาวปิยะพร  พุ่มจ้นทร์

09 4614 6145

ม.6/12

นางสาวเสาวณีย์   บุญศรี

0624753889

ภาษาต่างประเทศ

เหลือง

นางอรุณี   พิมพ์ดี

0951329715

ม.6/13

ว่าที่ร้อยตรีจักรพงษ์สุรศิลป์

09 8656 4978

คณิตศาสตร์

แสด

ม.6/14

นางกฤษฎาวรรณ   กุมภากูล

08 5768 6600

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชมพู

นายนครินทร์   ศรีคง

08 2441 8533


00800081

 

 

กลุ่มบริหารงานบุคคล

ระเบียบโรงเรียนยโสธรพิทยาคม

ว่าด้วย ความประพฤติของนักเรียน 

          อาศัยอำนาจตามความในกฎกระทรวงศึกษาธิการ กำหนดความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548(ข้อ 2 ให้โรงเรียนหรือสถานศึกษากำหนดระเบียบว่าด้วยความประพฤติของนักเรียน  และนักศึกษาได้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับกฎกระทรวงนี้) และฉบับที่ 2 พ.ศ.2562โรงเรียนยโสธรพิทยาคมจึงออกระเบียบว่าด้วยความประพฤติของนักเรียนนักเรียนโรงเรียนยโสธรพิทยาคมต้องประพฤติตนดังต่อไปนี้

  • ปฏิบัติตนเป็นคนดี มีคุณธรรม จริยธรรม และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่หลักสูตรกำหนด เพื่อนำชื่อเสียงเกียรติยศมาสู่ตัวเองและโรงเรียน
  • แต่งกายให้ถูกต้องตามระเบียบของโรงเรียน และเข้ารับการประเมินการแต่งกายเครื่องแบบนักเรียนตาม วัน เวลาที่โรงเรียนกำหนดทุกครั้ง
  • เข้าเรียนตรงเวลา เข้าร่วมกิจกรรมหน้าเสาธง และเข้าร่วมกิจกรรมและปฏิบัติตามระเบียบของแต่ละกิจกรรมที่โรงเรียนกำหนดทุกครั้ง
  • แสดงกิริยาวาจาสุภาพอ่อนโยน และแสดงความเคารพครู บุคลากรทางการศึกษาและบุคคลที่ควรเคารพ
  • มีมารยาทในการฟัง การพูด และการรับประทานอาหารที่ดี
  • รักษาสิ่งแวดล้อมและทรัพย์สินของโรงเรียน รักษาความสะอาดของห้องเรียน อาคารเรียน บริเวณโรงเรียน และห้องน้ำ
  • ปฏิบัติตามกฎจราจรที่โรงเรียนกำหนดขึ้น
  • ไม่หนีเรียนหรือออกนอกบริเวณโรงเรียนโดยไม่ได้รับอนุญาตในช่วงเวลาเรียน
  • ไม่เล่นการพนัน จัดให้มีการเล่นการพนัน หรือมั่วสุมในวงการพนัน
  • ไม่พกอาวุธหรือวัตถุระเบิด
  • ไม่ซื้อ จำหน่าย แลกเปลี่ยน เสพสุรา หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ สิ่งมึนเมา บุหรี่ หรือยาเสพติด
  • ไม่ลักทรัพย์ กรรโชกทรัพย์ ข่มขู่ หรือบังคับขืนใจเพื่อเอาทรัพย์บุคคลอื่น
  • ไม่ก่อเหตุทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกายผู้อื่น เตรียมการหรือกระทำการใดๆ อันน่าจะก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยหรือขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือรวมกลุ่มหรือมั่วสุมเพื่อกระทำการดังกล่าว
  • ไม่แสดงพฤติทางชู้สาวอันไม่เหมาะสม กระทำการลามกอนาจาร แต่งกายล่อแหลม หรือไม่เรียบร้อยในโรงเรียนหรือสถานศึกษา หรือแต่งเครื่องแบบนักเรียนนักศึกษาไม่เรียบร้อย และไม่เกี่ยวข้องกับการค้าประเวณี
  • ไม่เที่ยวเตร่นอกสถานที่พักรวมกลุ่มหรือมั่วสุม อันเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น

                                       ให้ไว้ ณ วันที่1 พฤษภาคม   พ.ศ. 2562

 

                                              (นายชัชพล  รวมธรรม)

                                     ผู้อำนวยการโรงเรียนยโสธรพิทยาคม

ระเบียบโรงเรียนยโสธรพิทยาคม

ว่าด้วย แนวปฏิบัติการลงโทษนักเรียน

............................................................................................................

อาศัยอำนาจตามความในระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา 

พ.ศ. 2548  โรงเรียนยโสธรพิทยาคม จึงกำหนดแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการลงโทษนักเรียนเพื่อถือปฏิบัติดังนี้

ความผิด

 

  1.       ความผิดเล็กน้อย เช่นมาโรงเรียนสาย เข้าเรียนช้าแต่งกายไม่เรียบร้อย ขาดเรียน หนีเรียน ไม่ส่งงานไม่เคารพครู  พูดจาไม่สุภาพ รับประทานอาหารไม่เป็นที่ ใช้รถใช้ถนนผิดระเบียบ ออกนอกบริเวณโรงเรียนโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือกระทำความผิดเล็กน้อยไม่เกิน 2 ครั้ง

การลงโทษ

ข้อใดข้อหนึ่งหรือทุกข้อต่อไปนี้

1.    ว่ากล่าวตักเตือน

2.    บันทึกความดี

3.    ตัดคะแนนความประพฤติ

4.    แจ้งผู้ปกครองทราบ

5.    ทำทัณฑ์บน

6.    ทำกิจกรรมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

 

  2.       ความผิดปานกลาง / ความผิดชั้นสูงเช่นลักทรัพย์ ทำลายทรัพย์สิน กรรโชกทรัพย์ เล่นการพนัน ทะเลาะ วิวาท ดื่มสุรา สูบบุหรี่ ชู้สาว เที่ยวเตร่ เสพยาเสพติด ก้าวร้าวครู – อาจารย์ มั่วสุมตามตู้เกม กระทำความผิดเล็กน้อยเกินกว่า 2 ครั้ง ฯลฯ

การลงโทษ

ข้อใดข้อหนึ่งหรือทุกข้อต่อไปนี้

1.    ว่ากล่าวตักเตือน

2.    บันทึกความดี

3.    ตัดคะแนนความประพฤติ

4.    แจ้งผู้ปกครองทราบ

5.    ทำทัณฑ์บน

6.    ทำกิจกรรมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

7.    ปฏิบัติตามมติของคณะกรรมการบริหารโรงเรียน

 

  3.       ความผิดร้ายแรงเช่น ขายยาเสพติด ค้าประเวณี ความผิดขั้นสูงที่ทำให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงต่อผู้อื่น สถานศึกษา หรือส่วนรวม ความผิดอื่นที่ผิดต่อกฎหมายบ้านเมือง

การลงโทษ

ทุกข้อต่อไปนี้

1.    บันทึกความผิด

2.    แจ้งผู้ปกครองทราบ

3.    แจ้งความดำเนินคดี

4.    ปฏิบัติตามมติของคณะกรรมการบริหารโรงเรียน

 

                                        ให้ไว้  ณ  วันที่ 1  พฤษภาคม  พ.ศ.  2562

 

                                                         (นายชัชพล  รวมธรรม)

   ผู้อำนวยการโรงเรียนยโสธรพิทยาคม

ระเบียบโรงเรียนยโสธรพิทยาคม

ว่าด้วย การให้และการตัดคะแนนความประพฤติ

การทำกิจกรรมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของนักเรียน

 

         อาศัยอำนาจตามความในระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548 (ข้อ 9 การตัดคะแนนความประพฤติให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติว่าด้วยการตัดคะแนนความประพฤตินักเรียน นักศึกษาของแต่ละสถานศึกษากำหนดและให้บันทึกข้อมูลไว้เป็นหลักฐาน ข้อ 10 ทำกิจกรรมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใช้ในกรณีที่นักเรียนและนักศึกษากระทำความผิดที่สมควรต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม)

         โรงเรียนยโสธรพิทยาคม จึงออกระเบียบว่าด้วยการให้และการตัดคะแนนความประพฤติและการ      ทำกิจกรรม เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของนักเรียนดังต่อไปนี้

 

คะแนนเต็มทั้งหมด 100 คะแนน

1. แต่งกายผิดระเบียบ

  • ใส่กางเกง/กระโปรงผิดระเบียบ หักครั้งละ 5 คะแนน
  • ใส่ชุดกีฬาในวันที่ไม่มีวิชาพลศึกษา หักครั้งละ 5 คะแนน
  • ใส่เสื้อที่ไม่ปักชื่อ-สกุล จุดสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายที่ถูกต้อง หักครั้งละ 5 คะแนน
  • ใส่เสื้อบุคคลอื่นหรือสวมใส่ผิดระเบียบของโรงเรียน หักครั้งละ 5 คะแนน
  • ใส่เข็มขัดผิดระเบียบ หักครั้งละ 5 คะแนน
  • ทรงผมผิดระเบียบ หักครั้งละ 5 คะแนน
  • หนวดเคราผิดระเบียบ หักครั้งละ 5 คะแนน
  • ย้อมสีผม หรือใส่ครีม หักครั้งละ 5 คะแนน
  • ใช้เครื่องสำอางตกแต่งร่างกาย หักครั้งละ 5 คะแนน
  • ใช้เครื่องประดับตกแต่งร่างกายที่ผิดระเบียบ หักครั้งละ 5 คะแนน
  • เล็บยาว หักครั้งละ 5 คะแนน
  • ตกแต่งเล็บ หักครั้งละ 5 คะแนน
  • ใส่รองเท้าผิดระเบียบ หักครั้งละ 5 คะแนน
  • ใส่รองเท้าโดยการเหยียบส้นรองเท้า หักครั้งละ 5 คะแนน
  • ใส่ถุงเท้าผิดระเบียบ หักครั้งละ 5 คะแนน
  • ถือกระเป๋าหนังสือผิดระเบียบ หักครั้งละ 5 คะแนน

2. มาสาย หักครั้งละ 5 คะแนน

3. เข้าเรียนช้า หักครั้งละ 2 คะแนน

4. ไม่เข้าร่วมกิจกรรมหน้าเสาธง หักครั้งละ 3 คะแนน

5. หนีเรียน/หลบเรียน หักครั้งละ 5 คะแนน

6. ออกนอกบริเวณโรงเรียนโดยไม่ได้รับอนุญาต หักครั้งละ 5 คะแนน

7. ออกนอกบริเวณโรงเรียนโดยได้รับอนุญาต แต่ไม่กลับเข้ามาในโรงเรียน หักครั้งละ 5 คะแนน

8. เข้าหรือออกโรงเรียนโดยการปีนรั้วโรงเรียน หักครั้งละ 5 คะแนน

9. ขาดโรงเรียน หักครั้งละ 5 คะแนน

10. ไม่พกบัตรประจำตัวนักเรียน หักครั้งละ 5 คะแนน

11. ภาวะเสี่ยงตามกฎกระทรวงปี 2548

  • เล่นหรือมีส่วนร่วมการพนัน หักครั้งละ 50 คะแนน
  • พกพาอาวุธ หรือวัตถุระเบิด หักครั้งละ 50 คะแนน
  • มีพฤติกรรมเกี่ยวกับยาเสพติด หรือสิ่งเสพติด หักครั้งละ 50 คะแนน
  • ลักทรัพย์ หรือกรรโชกทรัพย์ หักครั้งละ 50 คะแนน
  • ก่อเหตุทะเลาะวิวาท หักครั้งละ 50 คะแนน
  • แสดงพฤติกรรมทางชู้สาว หักครั้งละ 50 คะแนน
  • เกี่ยวข้องกับการค้าประเวณี หักครั้งละ 50 คะแนน
  • ทำลายทรัพย์สินของทางโรงเรียน หักครั้งละ 50 คะแนน
  • ออกนอกที่พักอาศัยเพื่อเที่ยวเตร่ในเวลาวิกาล หักครั้งละ 50 คะแนน

12. การแสดงความเคารพ

  • ไม่ทำความเคารพก่อนเริ่มเรียน หรือหลังเลิกเรียน หักครั้งละ 2 คะแนน
  • ไม่ทำความเคารพเมื่อส่งงาน หรือรับงาน หักครั้งละ 2 คะแนน
  • ไม่ทำความเคารพเมื่อเดินผ่านครู หรือครูเดินผ่าน หักครั้งละ 2 คะแนน
  • ไม่ทำความเคารพเมื่อขับขี่ยานพาหนะผ่านครู หักครั้งละ 2 คะแนน

13.  การปฏิบัติตามกฎจราจรในโรงเรียน

  • ไม่เดินตามเส้นทางที่กำหนด หักครั้งละ 5 คะแนน
  • เดินลัดสนาม หักครั้งละ 5 คะแนน
  • ไม่ขับขี่ยานพาหนะตามเส้นทางที่กำหนด หักครั้งละ 5 คะแนน
  • ไม่เก็บยานพาหนะในบริเวณที่กำหนด หักครั้งละ 5 คะแนน

 

14. การใช้โทรศัพท์มือถือในโรงเรียน

  • โทร หรือรับโทรศัพท์ในเวลาเรียน หักครั้งละ 5 คะแนน
  • โทรหรือรับโทรศัพท์ในขณะขับขี่ยานพาหนะ หักครั้งละ 5 คะแนน
  • ฟังเพลง/เล่นเกม/เล่นไลน์/ถ่ายรูปในเวลาเรียน หักครั้งละ 5 คะแนน
  • ฟังเพลง/เล่นเกม/เล่นไลน์/ถ่ายรูปในขณะเดิน หรือขณะขับขี่ยานพาหนะ หักครั้งละ 5 คะแนน

15. มารยาทในการรับประทานอาหาร

  • ไม่เก็บภาชนะใส่ในที่กำหนดหลังรับประทานอาหารเสร็จ หักครั้งละ 5 คะแนน
  • ไม่ทิ้งขยะลงในถังขยะ หักครั้งละ 5 คะแนน
  • ไม่มีมารยาทในการรับประทานอาหาร หักครั้งละ 5 คะแนน
  • รับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มบนอาคาร หรือห้องเรียน หักครั้งละ 5 คะแนน
  • รับประทานอาหาร หรือเครื่องดื่มขณะเดิน หรือขับขี่ยานพาหนะ หักครั้งละ 5 คะแนน

 

16. มารยาทในการฟังและพูด

  • พูดคุย หรือส่งเสียงดังจนเป็นที่รบกวนคนอื่น หักครั้งละ 5 คะแนน
  • พูดจาหยาบคาย หักครั้งละ 5 คะแนน
  • เล่น หรือหยอกล้อกันในขณะเรียนหนังสือ หักครั้งละ 5 คะแนน
  • พูดจาก้าวร้าวครู–บุคลากรทางการศึกษา หักครั้งละ 5 คะแนน

17. การรักษาความสะอาด

  • ไม่ทำความสะอาดห้องเรียนตามหน้าที่รับผิดชอบ หักครั้งละ 5 คะแนน
  • ทำให้ห้องเรียน/ห้องน้ำสกปรก หักครั้งละ 5 คะแนน
  • ทำให้โต๊ะเรียน/ อาคารเรียนสกปรก หักครั้งละ 5 คะแนน

18. มาตรการดำเนินการ

  • นักเรียนถูกตัดคะแนนสะสมถึง 20 คะแนน แจ้งผู้ปกครองทราบและลงโทษโดยการว่ากล่าวตักเตือน
  • ถูกตัดคะแนนสะสมถึง 50 คะแนน แจ้งผู้ปกครองและลงโทษโดยทำกิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
  • ถูกตัดคะแนนสะสมถึง 80 คะแนน แจ้งผู้ปกครองและลงโทษทำทัณฑ์บน
  • ถูกตัดคะแนนสะสมถึง 100 คะแนน แจ้งผู้ปกครอง ลงโทษตามพันธะ ข้อ 3

 

คะแนนการทำกิจกรรมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

  • เป็นตัวแทนโรงเรียนเข้าร่วมแข่งขันทักษะด้านต่างๆ ได้ครั้งละ 20 คะแนน
  • ทำการแข่งขันทักษะต่างๆ ได้รับเกียรติบัตร/โล่รางวัล/เหรียญรางวัล/สร้างชื่อเสียงให้โรงเรียน ได้ครั้งละ 20 คะแนน
  • ช่วยกิจกรรมที่โรงเรียนจัดขึ้นทุกประเภท ได้ครั้งละ 10 คะแนน
  • เข้าร่วมกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ที่โรงเรียนให้เข้าร่วม ได้ครั้งละ 5 -10 คะแนนตามความเหมาะสมของกิจกรรม
  • เข้าค่ายอบรมที่โรงเรียนหรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องจัดขึ้น ให้ครั้งละ 20 คะแนนตามความเหมาะสมของโครงการอบรม
  • คณะกรรมการนักเรียน ได้ 20 คะแนน/ภาคเรียน
  • หัวหน้าห้อง ได้ครั้งละ 20 คะแนน/ภาคเรียน
  • หัวหน้าฝ่ายการเรียน ฝ่ายการงาน ฝ่ายกิจกรรม  และฝ่ายสารวัตรนักเรียนระดับห้องเรียน     ระดับชั้นเรียน  ระดับโรงเรียน  ได้ 20 คะแนน/ภาคเรียน
  • คณะกรรมการฝ่ายการเรียน ฝ่ายการงาน ฝ่ายกิจกรรม  และฝ่ายสารวัตรนักเรียนระดับห้องเรียน    ได้ 20 คะแนน/ภาคเรียน
  • สารวัตรจราจรนักเรียน ได้ 10 คะแนน /การปฏิบัติภารกิจ 1 ครั้ง
  • ของหายได้คืนได้คะแนนตามมูลค่าของสิ่งที่นำมาคืนได้คะแนนขั้นต่ำ 2 คะแนน สูงสุดไม่เกิน 50 คะแนน
  • ทำความสะอาดห้องเรียน/ห้องพักครู ครั้งละ 5 คะแนน
  • ปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาโรงเรียน ครั้งละ 5 คะแนน
  • พัฒนาห้องน้ำ ครั้งละ 5 คะแนน
  • กิจกรรมอื่นๆ ที่เห็นว่าเหมาะสมตามดุลพินิจของครูผู้ประเมิน 5- 10 คะแนน

                             ให้ไว้ ณ วันที่1   พฤษภาคม  พ.ศ.  2562

 

                                        (นายชัชพล  รวมธรรม)

                                       ผู้อำนวยการโรงเรียนยโสธรพิทยาคม

ระเบียบโรงเรียนยโสธรพิทยาคม

ว่าด้วย  การกำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์

การวัดและการประเมินผลคุณลักษณะอันพึงประสงค์

 

          อาศัยอำนาจตามความในข้อ 3.6.3 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 สถานศึกษาต้องร่วมกับชุมชนกำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์เพื่อทราบเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียน      ด้านคุณธรรม  จริยธรรมและค่านิยม  ในแต่ละภาคเรียนครูผู้สอนต้องจัดให้มีการวัดและประเมินผลรวม      ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน เพื่อปรับปรุง พัฒนาและการส่งต่อ ควรประสานสัมพันธ์กับผู้เรียน  ผู้ปกครอง และผู้เกี่ยวข้องร่วมกันประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ให้เป็นไปตามที่สถานศึกษากำหนด   โรงเรียนยโสธรพิทยาคมจึงขอกำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ การวัดและการประเมินผลคุณลักษณะ        อันพึงประสงค์ของนักเรียน  มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนโรงเรียนยโสธรพิทยาคม

  • รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์ สุจริต         3.  มีวินัย                   4.  ใฝ่เรียนรู้
  • อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน    7.  รักความเป็นไทย       8.  มีจิตสาธารณะ

ดัชนีวัดคุณลักษณะอันพึงประสงค์

  • แต่งกายถูกระเบียบวินัยของโรงเรียน
  • มาโรงเรียนทันเวลา และเข้าเรียนสม่ำเสมอและตรงต่อเวลา
  • เข้าร่วมกิจกรรมหน้าเสาธงและกิจกรรมต่างๆ ที่โรงเรียนกำหนดอย่างสม่ำเสมอ
  • เดินแถวเป็นระเบียบและเคารพกฎจราจรทั้งในและนอกโรงเรียน
  • รักความเป็นไทย และมีจิตสาธารณะ
  • มีสัมมาคารวะ และมีความรับผิดชอบ
  • มีมารยาทในการฟังและการพูดที่ดีและมีมารยาทในการรับประทานอาหารที่ดี
  • มีสุขภาพร่างกาย สุขภาพจิตที่ดี
  • มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์มาตรฐาน
  • ปราศจากภาวะเสี่ยง (ตามกฎกระทรวงว่าด้วยกำหนดความประพฤติของนักเรียน นักศึกษา พ.ศ. 2548)
  • ห่างไกลยาเสพติด และอบายมุข
  • บริเวณโรงเรียนสะอาด ร่มรื่นอาคารสะอาดห้องเรียนสะอาดห้องน้ำ ห้องส้วมสะอาด
  • ชนะเลิศการแข่งขันทักษะทางการศึกษาในระดับดีมาก
  • นักเรียนจบการศึกษาภาคบังคับและขั้นพื้นฐานร้อยละ 100 ในแต่ละปี
  • เข้าศึกษาต่อในระดับอนุปริญญา และระดับอุดมศึกษาได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80
  • ได้รับการยกย่อง ชมเชยจากผู้ปกครอง ชุมชน และสังคม ว่าเป็นโรงเรียนที่มีคุณภาพ

การวัดและการประเมินผลคุณลักษณะอันพึงประสงค์

สิ่งที่วัด

  • การแต่งกาย
  • การมาเรียน
  • การเข้าเรียน และการเข้าห้องสอบ
  • การร่วมกิจกรรมที่โรงเรียนกำหนด/กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์
  • การทำความเคารพ
  • พฤติกรรมเสี่ยง (ตามกฎกระทรวงว่าด้วยกำหนดความประพฤติของนักเรียน นักศึกษา
    พ.ศ. 2548)
  • การใช้โทรศัพท์มือถือ
  • การจราจร/การใช้รถใช้ถนน
  • มารยาทการรับประทานอาหาร
  • มีมารยาทในการฟังและการพูด
  • การใช้อาคาร/สถานที่
  • การใช้ห้องน้ำ ห้องส้วม
  • การรักษาทรัพย์สินของโรงเรียน
  • การติดต่องานภายในโรงเรียน
  • การใฝ่รู้ ใฝ่เรียน
  • ความซื่อสัตย์
  • การรักษาสุขภาพ และสิ่งแวดล้อม

วิธีการวัด

          วัดโดยการสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน

ผู้ดำเนินการวัด

  • ครูผู้สอน ครูประจำชั้น          3.  ครูเวร                  4.  ครูปกครองกลุ่มสาระ

5.  คณะกรรมการงานกิจการนักเรียน            6.  หัวหน้ากลุ่มสาระฯ    7.  คณะกรรมการนักเรียน

เครื่องมือที่ใช้วัด

          ใช้แบบสังเกตพฤติกรรม

  • การติดตามการเข้าเรียนกิจกรรมหน้าเสาธงและการติดตามการมาสาย
  • แบบติดตามการเข้าเรียน
  • การติดตามการขอออกนอกบริเวณโรงเรียน
  • ระเบียนสะสม
  • แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์รายเดือน ในสมุดธนาคารความดี
  • แบบขอปฏิบัติกิจกรรมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและหักคะแนนคุณลักษณะอันพึงประสงค์

เกณฑ์การวัด

คะแนนคุณลักษณะอันพึงประสงค์คะแนนเต็ม  100 คะแนน

          ได้คะแนน 90 – 100คะแนน                ระดับดีมาก

          ได้คะแนน 85 – 89  คะแนน                ระดับดี

          ได้คะแนน 80 – 84  คะแนน                ระดับปานกลาง

          ได้คะแนนต่ำกว่า 80    คะแนน             ควรปรับปรุงแก้ไข

          การหักคะแนนพฤติกรรมและการให้คะแนนการทำกิจกรรมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เป็นไปตามระเบียบของโรงเรียนยโสธรพิทยาคม  ว่าด้วยการหักคะแนนความประพฤติและการให้คะแนนการทำกิจกรรมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม  พุทธศักราช 2562

การประเมิน

ผู้ทำการประเมินประกอบด้วย

  • ครูผู้สอน ครูประจำชั้น                    3.  ครูปกครองกลุ่มสาระการเรียนรู้

4.   หัวหน้ากลุ่มสาระ         5.  ครูกิจการนักเรียน

การประเมินแบ่งออกเป็น4  ขั้นตอน

  • การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์รวมรายสัปดาห์ โดยนำเอาแบบสังเกตพฤติกรรมจากครูผู้สอน

ครูประจำชั้น ครูเวร  ครูปกครองกลุ่มสาระ  คณะกรรมการกิจการนักเรียน และหัวหน้าชั้นเรียน มาประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนแต่ละคน แต่ละห้อง แต่ละกลุ่มสาระ แล้วสรุปผลแจ้งไปยัง ครูประจำชั้น ครูผู้สอน ครูปกครองกลุ่มสาระ และหัวหน้ากลุ่มสาระทราบในวันจันทร์ของสัปดาห์ถัดไป

  • การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์รวมรายเดือน แบ่งออกเป็น2 กรณี
    • คุณลักษณะอันพึงประสงค์รวมรายเดือน มีแนวปฏิบัติเช่นเดียวกับการประเมินรายสัปดาห์ แต่จะ

เพิ่มการสำรวจว่ามีนักเรียนมากน้อยเท่าใดที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและไม่มาดำเนินการขอทำกิจกรรมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อแก้คะแนนที่ถูกหัก

          2.2 นักเรียนยื่นแบบขอประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของตนเองผ่านความเห็นชอบของครูประจำชั้น ครูปกครองกลุ่มสาระ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้และคณะกรรมการกิจการนักเรียนถ้าไม่ผ่านต้องไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจนมีคะแนนผ่านเกณฑ์ที่กำหนดการยื่นขอประเมินตนเอง ต้องเริ่มทำในสัปดาห์ที่ 3 และให้เสร็จสิ้นในสัปดาห์สุดท้ายของแต่ละเดือน

     3.  การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์รวมรายภาค มีแนวปฏิบัติ เช่นเดียวกับการประเมินรายเดือน

โดยนำเอาแบบสรุปรายเดือน มาประเมินรวมสรุปผลตัดสินคะแนนให้ระดับคะแนนคุณลักษณะอันพึงประสงค์

แจ้งไปยังครูผู้สอน ครูประจำชั้นและทำให้เสร็จก่อนสอบปลายภาค 1สัปดาห์

     4.  การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์รวมรายปี มีแนวปฏิบัติ เช่นเดียวกับการประเมินรายภาค      โดยนำเอาแบบสรุปรายภาคมาประเมินรวมสรุปผลตัดสิน

          4.1 ให้ระดับคะแนนคุณลักษณะอันพึงประสงค์แจ้งไปยังฝ่ายวิชาการ ครูประจำชั้น และทำให้เสร็จสิ้นก่อนสอบปลายภาค 1 สัปดาห์

          4.2 แจ้งรายชื่อผู้ที่ได้รับใบรับรองความประพฤติพร้อมกำหนดวันในการรับใบรับรองความประพฤติและต้องทำให้เสร็จก่อนปิดภาคเรียน 1สัปดาห์

เกณฑ์การผ่าน

  • นักเรียนที่ได้คะแนนคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 80คะแนนขึ้นไป จึงจะมีสิทธิ์ได้รับใบรับรอง

ความประพฤติจากทางโรงเรียน มีเกณฑ์การวัดดังนี้

          ได้คะแนน   90 – 100   คะแนน           ความประพฤติเรียบร้อยดีมาก

          ได้คะแนน   85 – 89     คะแนน           ความประพฤติเรียบร้อย

          ได้คะแนน   80 – 84     คะแนน           ความประพฤติพอใช้

ใบรับรองความประพฤติต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้อำนวยการ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการโรงเรียนยโสธรพิทยาคมเท่านั้น

  • ระดับคะแนนคุณลักษณะอันพึงประสงค์

ได้คะแนน 90 – 100     คะแนน           ได้ระดับคะแนน  3   ดีเยี่ยม

ได้คะแนน 85 – 89       คะแนน           ได้ระดับคะแนน  2   ดี

ได้คะแนน 80 – 84       คะแนน           ได้ระดับคะแนน  1   ผ่าน

ได้คะแนนต่ำกว่า 80      คะแนน           ได้ระดับคะแนน  0   ไม่ผ่าน

  • นักเรียนที่ได้คุณลักษณะอันพึงประสงค์ตั้งแต่ 80 คะแนนขึ้นไปจึงจะได้รับระดับคะแนนผ่านรายวิชา

คุณธรรม  จริยธรรม

  • นักเรียนที่ได้ระดับคะแนน 0 แบ่งออกเป็น 2 กรณี  คือ
    • ได้คะแนนคุณลักษณะอันพึงประสงค์ต่ำกว่า 80 คะแนน
    • ไม่ส่งแบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านการแต่งกายเครื่องแบบนักเรียนและธนาคารความดีตามเวลาที่กำหนด

การดำเนินการแก้คุณลักษณะอันพึงประสงค์

          การแก้คะแนนคุณลักษณะอันพึงประสงค์ แบ่งเป็น 2 กรณีดังนี้

  • นักเรียนที่ถูกหักคะแนนคะแนนคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไม่เกิน 20 คะแนน เมื่อทำความดีเพื่อแก้ไข

คะแนนแล้วจะได้รับผลการประเมิน ระดับ 1-3 (ตามระดับของคะแนนที่นักเรียนแก้ไข)

  • นักเรียนที่ถูกหักคะแนนคุณลักษณะอันพึงประสงค์เกิน 20 คะแนน เมื่อทำความดีแล้ว จะได้ผลการ

ประเมิน 1-2 เท่านั้น

                    ให้ไว้ ณ วันที่1 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

 

         

 (นายชัชพล  รวมธรรม)

           ผู้อำนวยการโรงเรียนยโสธรพิทยาคม

แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการทำความดีเพื่อได้คะแนน/แก้คะแนนคุณลักษณะอันพึงประสงค์

เพื่อให้การดำเนินการเกี่ยวกับการทำความดีเพื่อได้คะแนน/แก้คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 

เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โรงเรียนยโสธรพิทยาคมจึงขอกำหนดระเบียบปฏิบัติ เกี่ยวกับการทำความดี เพื่อได้คะแนน แก้คะแนนคุณลักษณะอันพึงประสงค์   ดังนี้

  • ผู้ดำเนินการทำความดีเพื่อให้ได้คะแนน/แก้คุณลักษณะอันพึงประสงค์ คือนักเรียน โรงเรียน

          ยโสธรพิทยาคม

  • ผู้ให้คะแนนทำความดีของนักเรียน คือ ครูโรงเรียนยโสธรพิทยาคมทุกคน
  • การให้คะแนนทำความดีของนักเรียนให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด (ความดีที่มีคะแนน13 ข้อ)
  • ครูผู้ให้คะแนนทำความดีของนักเรียน ต้องบอกรายละเอียดของกิจกรรมที่ปฏิบัติจำนวนครั้ง คะแนน ชื่อตัวบรรจง ลายมือชื่อ ของครูผู้ให้คะแนนครบถ้วน ชัดเจนลงในแบบฟอร์มการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ของนักเรียน
  • ในกรณีที่กลุ่มสาระหรือชุมนุมหรืองานหรือกิจกรรมใดๆ ที่จัดให้นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมต้องการให้นักเรียนมีคะแนนในการร่วมกิจกรรมนั้นๆ ขอให้นำสำเนาเรื่องที่ขอจัดกิจกรรม (ถ้ามี) พร้อมรายชื่อนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมและจำนวนคะแนนที่ให้ส่งที่งานส่งเสริมกิจการนักเรียนหลังจากกิจกรรมนั้นได้สิ้นสุดลง
  • ครูผู้บันทึกคะแนนรวบรวมคะแนนเพื่อวัดและประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คือ ครูกิจการนักเรียนที่ได้รับมอบหมายในแต่ละระดับชั้น
  • ให้นักเรียนทุกคนส่งใบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ครูประจำชั้นให้เสร็จสิ้นก่อนสอบปลายภาค 2สัปดาห์ถ้านักเรียนคนใดไม่ส่งแบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่กำหนด ให้ครูประจำชั้นติดตาม มาส่งให้ครบ แล้วนำส่งที่งานส่งเสริมกิจการนักเรียนก่อนสอบปลายภาค 2สัปดาห์
  • ให้ครูประจำชั้นชี้แจงให้นักเรียนในความรับผิดชอบให้เข้าใจเกี่ยวกับความดีที่มีคะแนนผลการทำ

ความดีหลักเกณฑ์และวิธีการแก้คะแนนคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เกณฑ์การจบหลักสูตรของช่วงชั้น

การดำเนินการแก้ระดับคะแนนคุณลักษณะอันพึงประสงค์

การดำเนินการแก้ระดับคะแนนคุณลักษณะอันพึงประสงค์แบ่งออกเป็น 3 กรณี ดังนี้

กรณีที่ 1 นักเรียนที่ถูกหักคะแนนคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไม่เกิน 20 คะแนน เมื่อทำความดี นำคะแนนมา 

          หักล้าง 100 คะแนน แล้วมีคะแนนคงเหลือ

                    80 – 84                   ได้ระดับคะแนน           1

                                      85 – 89                   ได้ระดับคะแนน           2

                                      90 – 100        ได้ระดับคะแนน           3

กรณีที่ 2 ถ้านักเรียนที่ถูกหักคะแนนคุณลักษณะอันพึงประสงค์เกิน 20 คะแนน เมื่อทำความดี นำคะแนนมา

หักล้าง 100 คะแนน แล้วมีคะแนนคงเหลือ

                                       80 – 89                   ได้ระดับคะแนน           1

                                       90 ขึ้นไป         ได้ระดับคะแนน           2

กรณีที่ 3 นักเรียนได้ระดับคะแนนคุณลักษณะอันพึงประสงค์เป็น 0 (ศูนย์) แบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ

          3.1 มีคะแนนคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ต่ำกว่า 80 คะแนน การดำเนินการแก้ระดับคุณลักษณะ      อันพึงประสงค์ให้เป็นไปตามกรณีที่ 2

          3.2 ไม่ส่งแบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์การแต่งกาย เครื่องแบบนักเรียนตามกำหนด

เมื่อมาดำเนินการแก้ระดับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ให้ดำเนินการการดังนี้

          3.2.1 หักคะแนนคุณลักษณะอันพึงประสงค์  50 คะแนน

          3.2.2 ให้ทำความดี เพื่อแก้คะแนนคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 50 คะแนนที่ถูกหักในข้อ 3.2.1 ก่อนแล้วจึงไปพิจารณาคะแนนคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่มีอยู่เดิมว่ามีคะแนนคงเหลือเท่าใดให้ดำเนินการแก้คุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามกรณีที่ 1 หรือ กรณีที่ 2 แล้วแต่กรณี

              ให้ไว้  ณ วันที่   1 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

 

                     (นายชัชพล  รวมธรรม)

                       ผู้อำนวยการโรงเรียนยโสธรพิทยาคม

ระเบียบโรงเรียนยโสธรพิทยาคม

ว่าด้วยการแต่งกายเครื่องแบบนักเรียนโรงเรียนยโสธรพิทยาคม

1. เครื่องแบบนักเรียนชาย

    เสื้อ

  • เสื้อแบบเชิ้ตแขนสั้น คอตั้ง ความยาวของแขนเสื้อเหนือข้อศอก 5 เซนติเมตร ความกว้างของแขน

พอเหมาะกับแขนของนักเรียน

  • ใช้ผ้าสีขาวเกลี้ยง (ไม่บาง หรือหนาเกินไป ห้ามใช้ผ้ามัน ผ้าด้ายดิบ ผ้าฝ้ายหรือผ้าเนื้อหยาบ

ผ่าอกตลอด มีสาบนอกที่อก ขนาดกว้าง 2.5 -3 เซนติเมตร

  • กระดุมสีขาว กลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 2 เซนติเมตร
  • กระเป๋าเสื้อติดแนวราวนมด้านซ้าย 1 กระเป๋า ขนาดกว้าง 8-12 เซนติเมตร และลึก 10-15

เซนติเมตร

  • ปักตัวอักษร ย.ส. ขนาด 8-2.0 เซนติเมตร และใต้ตัวอักษร ย.ส. ปักชื่อ–นามสกุลนักเรียน

ขนาด 1.7 เซนติเมตร ด้วยด้ายหรือไหมสีน้ำเงินเข้ม ที่อกเสื้อด้านขวาเหนือราวนม

  • นักเรียนโครงการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ (Mini English Program :

MEP )  ที่อกเสื้อด้านขวาเหนือราวนม ปักตัวอักษร ย.ส. ขนาด 1.8 -2.0 เซนติเมตร และใต้ตัวอักษร ย.ส.  ปักชื่อ – นามสกุลนักเรียนเป็นภาษาอังกฤษ  ขนาด 1.7 เซนติเมตร ด้วยด้ายหรือไหมสีน้ำเงินเข้ม  และที่กระเป๋าเสื้อ  ด้านซ้าย  ปักตราสัญลักษณ์โรงเรียน ขนาดสูง 1.3 – 1.5 นิ้ว และใต้ตราสัญลักษณ์โรงเรียน  ปัก MEP ขนาด  1.7 เซนติเมตร ด้วยด้ายหรือไหมสีน้ำเงินเข้ม

  • นักเรียนโครงการ การศึกษาสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษ (Gifted Education Program) หรือ

นักเรียนห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ฯ (Gifted)ที่อกเสื้อด้านขวาเหนือราวนม  ปักตัวอักษร ย.ส. ขนาด 1.8 – 2.0 เซนติเมตร และใต้ตัวอักษร ย.ส. ปักชื่อ – นามสกุลนักเรียนเป็นภาษาไทย ขนาด 1.7  เซนติเมตร ด้วยด้ายหรือไหมสีน้ำเงินเข้มและที่กระเป๋าเสื้อด้านซ้าย  ปักตราสัญลักษณ์โรงเรียน ขนาดสูง 1.3 – 1.5 นิ้วและใต้

ตราสัญลักษณ์โรงเรียน ปัก Gifted ขนาด 1.7  เซนติเมตร ด้วยด้ายหรือไหมน้ำเงินเข้ม

  • นักเรียนโครงการเสริมสร้างศักยภาพความเป็นเลิศทางวิชาการ (Advance Program : AP)

ที่อกเสื้อด้านขวาเหนือราวนม ปักตัวอักษร ย.ส. ขนาด 1.8 – 2.0 เซนติเมตร และ   ใต้ตัวอักษร ย.ส. ปักชื่อ – นามสกุลนักเรียนเป็นภาษาไทย ขนาด 1.7  เซนติเมตร ด้วยด้ายหรือไหม   สีน้ำเงินเข้มและที่กระเป๋าเสื้อด้านซ้าย  ปักตราสัญลักษณ์โรงเรียน ขนาดสูง 1.3 – 1.5 นิ้วและ  ใต้ตราสัญลักษณ์โรงเรียน ปัก AP ขนาด 1.7 เซนติเมตร ด้วยด้ายหรือไหมน้ำเงินเข้ม

กางเกง

  • กางเกงทรงนักเรียน ขาสั้น มีหูกางเกงรอบเอว 7 หู ชนิดหูเดี่ยว เป็นผ้าและสีชนิดเดียวกันกับกางเกง

หูเป็นเส้นตรงขนาดกว้าง 1 เซนติเมตร

  • ใช้ผ้าสีกากี (ไม่บางหรือหนาเกินไป ผิวไม่มันหรือด้าน ห้ามใช้ผ้ายีนส์ ผ้าเวสปอยท์ หรือผ้าเนื้อหยาบ
  • ความยาวของกางเกง สูงจากกึ่งกลางลูกสะบ้าหัวเข่า ไม่เกิน 2 นิ้ว ปลายขากางเกงพับเข้าข้างใน

กว้าง 5 เซนติเมตร ผ่าตรงส่วนหน้าโดยวิธีติดซิบซ่อนไว้ข้างใน

  • กระเป๋ากางเกง เจาะกระเป๋าตามแนวตะเข็บข้างละ 1 กระเป๋า มีจีบด้านหน้าข้างละ 2 จีบและจีบ

เป็นลักษณะจีบออก ไม่มีกระเป๋าหลัง

เข็มขัด

  • เข็มขัดหนังสีน้ำตาล ขนาดกว้าง 5 – 4 เซนติเมตร ตามสัดส่วนขนาดลำตัวของนักเรียน หัวเข็มขัด

เป็นโลหะสีทอง รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขอบมน ชนิดหัวกลัดมีปอกหนังสีเดียวกันกับเข็มขัด ขนาดกว้าง 1.5 เซนติเมตร สำหรับสอดปลายเข็มขัด

  • ความยาวของเข็มขัด ต้องยาวไม่ต่ำกว่าหูกางเกงหูที่ 1 ปลายเข็มขัดเป็นรูปโค้งมน
  • ลักษณะผิวของเข็มขัดเป็นผิวเกลี้ยงไม่มีลวดลายหรือไม่ติด หรือไม่มีเขียนลวดลายต่างๆ ลงบน

เข็มขัด

  • ทั้งระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลายอนุโลมให้ใช้เข็มขัดลูกเสือได้

รองเท้า

  • รองเท้าหนัง หรือรองเท้าผ้าใบหุ้มส้น มีรูร้อยเชือกและตาไก่สีน้ำตาล ไม่มีลวดลาย
  • เมื่อสวมรองเท้าต้องผูกเชือกให้เรียบร้อย และไม่เหยียบส้นรองเท้า

ถุงเท้า

ถุงเท้าสีน้ำตาลชนิดสั้น ไม่มีสัญลักษณ์หรือลวดลายใดๆ

ทรงผม

  • นักเรียนชายจะไว้ผมสั้นหรือผมยาวก็ได้ กรณีไว้ผมยาวด้านข้าง ด้านหลังต้องยาวไม่เลยตีนผม 

ด้านหน้าและกลางศีรษะ ให้มีความเหมาะสมและมีความเรียบร้อย

  • นักเรียนชายต้องห้ามปฏิบัติตน ดังนี้
    (1)   ดัดผม
               (2)   ย้อมสีผมให้ผิดไปจากเดิม
               (3)   ไว้หนวดหรือเครา
               (4)   การกระทำอื่นใดซึ่งไม่เหมาะสมกับสภาพการเป็นนักเรียน

 

2. เครื่องแบบนักเรียนหญิง

2.1 ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น

เสื้อ

  • ใช้ผ้าสีขาวเนื้อเรียบ (ไม่บาง หรือหนาเกินไป ห้ามใช้ผ้ามัน ผ้าด้ายดิบ ผ้าฝ้าย หรือผ้าเนื้อหยาบ)

แบบคอกลมกะลาสี แขนสั้น จีบด้านหน้าและหลัง ด้านละ 3 จีบ ขนาดของเสื้อให้พอเหมาะกับรูปร่าง ผูกด้วยผ้าผูกคอชายสามเหลี่ยม เงื่อนกะลาสี สีน้ำเงินหรือ สีเดียวกันกับกระโปรงและต้องมีเสื้อบังยกทรง หรือเสื้อคอกระเช้า สวมทับชั้นใน

  • ปักตัวอักษร ย.ส. ขนาด 1.8-2.0 เซนติเมตร และใต้ตัวอักษร ย.ส. ปักชื่อ –นามสกุลนักเรียน ขนาด

1.7 เซนติเมตร ด้วยด้ายหรือไหมสีน้ำเงินเข้มที่อกเสื้อด้านขวา

  • นักเรียนแผนการเรียน MEP ปักตัวอักษร ย.ส. ขนาด 1.8 -2.0 เซนติเมตร และใต้ตัวอักษร ย.ส.ปักชื่อนามสกุลนักเรียนเป็นภาษาอังกฤษ ขนาด 1.7 เซนติเมตร ด้วยด้ายหรือไหมสีน้ำเงินเข้มที่อกเสื้อด้านขวาเหนือราวนม ปักตราสัญลักษณ์โรงเรียน ขนาดสูง 1.3 – 5 นิ้ว และใต้ตราสัญลักษณ์โรงเรียน ปัก MEP ขนาด  1.7 เซนติเมตร ด้วยด้ายหรือไหมสีน้ำเงินเข้มที่อกเสื้อด้านซ้าย
  • นักเรียนห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ฯ (Gifted) ปักตัวอักษร ย.ส. ขนาด 1.8 – 0 เซนติเมตร และใต้

ตัวอักษร ย.ส. ปักชื่อ – นามสกุลนักเรียนเป็นภาษาไทย ขนาด 1.7  เซนติเมตร ด้วยด้ายหรือไหมสีน้ำเงินเข้มที่อกเสื้อด้านขวาเหนือราวนม ปักตราสัญลักษณ์โรงเรียน ขนาดสูง 1.3 – 1.5 นิ้ว และใต้ตราสัญลักษณ์โรงเรียน ปัก Gifted ขนาด 1.7  เซนติเมตร ด้วยด้ายหรือไหมน้ำเงินเข้มที่อกเสื้อด้านซ้าย

  • นักเรียนโครงการเสริมสร้างศักยภาพความเป็นเลิศทางวิชาการ (Advance Program : AP) ที่อกเสื้อ

ด้านขวาเหนือราวนม ปักตัวอักษร ย.ส. ขนาด 1.8 – 2.0 เซนติเมตร และ   ใต้ตัวอักษร ย.ส. ปักชื่อ – นามสกุลนักเรียนเป็นภาษาไทย ขนาด 1.7  เซนติเมตร ด้วยด้ายหรือไหม   สีน้ำเงินเข้มและที่กระเป๋าเสื้อด้านซ้าย  ปักตราสัญลักษณ์โรงเรียน ขนาดสูง 1.3 – 1.5 นิ้วและ  ใต้ตราสัญลักษณ์โรงเรียน ปัก AP  ขนาด 1.7  เซนติเมตร ด้วยด้ายหรือไหมน้ำเงินเข้ม

กระโปรงใช้สีน้ำเงิน  หรือสีกรมท่าเท่านั้น แบบสุภาพ พับจีบข้างละ 3 จีบ ทั้งด้านหน้าและด้านหลังความยาวกระโปรงเมื่อวัดจากใต้เข่าแล้วไม่เกิน 2 นิ้วเป็นกระโปรงปลายบานจีบลึกห้ามใช้กระโปรงปลายสอบ

รองเท้า ใช้รองเท้าหนังสีดำแบบหุ้มส้น หุ้มปลายเท้า มีสายรัดหลังเท้า ในกรณีเรียนพลศึกษา ให้ใช้รองเท้าผ้าใบหุ้มส้นสีขาว มีรูร้อยเชือก 5- 7รู ทั้งเชือกและตาไก่สีขาวไม่มีลวดลายใดๆ เมื่อสวมรองเท้า   ต้องผูกเชือกให้เรียบร้อย และไม่เหยียบส้นรองเท้า

ถุงเท้าใช้ถุงเท้ายาวสีขาว แล้วพับลงมาไว้ที่ข้อเท้า ห้ามใช้ถุงเท้าแบบสั้น

ทรงผม 

  • นักเรียนหญิงจะไว้ผมสั้นหรือผมยาวก็ได้ กรณีไว้ผมยาวให้มัดรวบผูกโบว์สีน้ำเงินไม่มีลวดลายให้เรียบร้อย
  • นักเรียนหญิงต้องห้ามปฏิบัติตน ดังนี้
    (1)   ดัดผม
               (2)   ย้อมสีผมให้ผิดไปจากเดิม
               (3)   การกระทำอื่นใดซึ่งไม่เหมาะสมกับสภาพการเป็นนักเรียน

 

 

2.2 ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย

เสื้อ

  • ใช้ผ้าสีขาวเนื้อเรียบ (ไม่บาง หรือหนาเกินไป ห้ามใช้ผ้ามัน ผ้าด้ายดิบ ผ้าฝ้าย หรือผ้าเนื้อหยาบ)

คอเชิ้ต ผ่าอกตลอด มีสาบนอกที่อก ขนาดกว้าง 2.5 – 3เซนติเมตรแขนสั้นจีบด้านหน้าและด้านหลัง

ด้านละ 3จีบเสื้อให้พอเหมาะกับรูปร่าง และต้องมีเสื้อบังทรง หรือเสื้อคอกระเช้า สวมทับชั้นใน

  • ปักตัวอักษร ย.ส. ขนาด 1.8-2.0 เซนติเมตร และใต้ตัวอักษร ย.ส. ปักชื่อ –นามสกุลนักเรียน

ขนาด 1.7 เซนติเมตร ด้วยด้ายหรือไหมสีน้ำเงินเข้มที่อกเสื้อด้านขวา

  • นักเรียนแผนการเรียน MEPปักตัวอักษร ย.ส. ขนาด 1.8 -2.0 เซนติเมตร และใต้ตัวอักษร ย.ส.ปักชื่อ – นามสกุลนักเรียนเป็นภาษาอังกฤษ ขนาด 1.7 เซนติเมตร ด้วยด้ายหรือไหมสีน้ำเงินเข้มที่อกเสื้อด้านขวาเหนือราวนม ปักตราสัญลักษณ์โรงเรียน ขนาดสูง 1.3 – 5 นิ้ว และใต้ตราสัญลักษณ์โรงเรียน ปัก MEPขนาด  1.7 เซนติเมตร ด้วยด้ายหรือไหมสีน้ำเงินเข้มที่อกเสื้อด้านซ้าย
  • นักเรียนห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ (Gifted)ปักตัวอักษร ย.ส. ขนาด 1.8 – 0 เซนติเมตร และใต้ตัวอักษร ย.ส. ปักชื่อ – นามสกุลนักเรียนเป็นภาษาไทย ขนาด 1.7 เซนติเมตร ด้วยด้ายหรือไหมสีน้ำเงินเข้ม

ที่อกเสื้อด้านขวาเหนือราวนม ปักตราสัญลักษณ์โรงเรียน ขนาดสูง 1.3 – 1.5 นิ้ว และใต้ตราสัญลักษณ์โรงเรียน ปัก Giftedขนาด 1.7  เซนติเมตร ด้วยด้ายหรือไหมน้ำเงินเข้มที่อกเสื้อด้านซ้าย

  • นักเรียนโครงการเสริมสร้างศักยภาพความเป็นเลิศทางวิชาการ (Advance Program : AP)
    ที่อกเสื้อด้านขวาเหนือราวนม ปักตัวอักษร ย.ส. ขนาด 8 – 2.0 เซนติเมตร และ ใต้ตัวอักษร ย.ส. ปักชื่อ – นามสกุลนักเรียนเป็นภาษาไทย ขนาด 1.7  เซนติเมตร ด้วยด้ายหรือไหม   สีน้ำเงินเข้มและที่กระเป๋าเสื้อด้านซ้าย  ปักตราสัญลักษณ์โรงเรียน ขนาดสูง 1.3 – 1.5 นิ้วและ  ใต้ตราสัญลักษณ์โรงเรียน ปัก AP  ขนาด 1.7  เซนติเมตร ด้วยด้ายหรือไหมน้ำเงินเข้ม

กระโปรง  ใช้ผ้าสีน้ำเงิน  หรือสีกรมท่าเท่านั้น แบบสุภาพ พับจีบข้างละ  3 จีบ ทั้งด้านหน้าและด้านหลังความยาวของกระโปรงเมื่อวัดจากใต้เข่าแล้วไม่เกิน  2 นิ้วเป็นกระโปรงปลายบานจีบลึกห้ามใช้กระโปรงปลายสอบ

เข็มขัดใช้เข็มขัดหนังสีดำ หัวรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าชนิดหัวกลัด

รองเท้า  ใช้รองเท้าหนังสีดำแบบหุ้มส้น หุ้มปลายเท้า มีสายรัดหลังเท้า ในกรณีเรียนพลศึกษา ให้ใช้รองเท้าผ้าใบหุ้มส้นสีขาว มีรูร้อยเชือก 5- 7 รู  ทั้งเชือกและตาไก่สีขาว ไม่มีลวดลายใดๆ เมื่อสวมรองเท้าต้องผูกเชือกให้เรียบร้อย และไม่เหยียบส้นรองเท้า

ถุงเท้า   ใช้ถุงเท้ายาวสีขาว แล้วพับลงมาไว้ที่ข้อเท้า ห้ามใช้ถุงเท้าแบบสั้น

ทรงผม 

  • นักเรียนหญิงจะไว้ผมสั้นหรือผมยาวก็ได้ กรณีไว้ผมยาวให้มัดรวบผูกโบว์สีน้ำเงินไม่มีลวดลาย
  • นักเรียนหญิงต้องห้ามปฏิบัติตน ดังนี้
    (1)   ดัดผม

 (2)   ย้อมสีผมให้ผิดไปจากเดิม
(3)   การกระทำอื่นใดซึ่งไม่เหมาะสมกับสภาพการเป็นนักเรียน

3. เครื่องแบบพลศึกษา

เสื้อนักเรียนทุกระดับชั้นทั้งชายและหญิง ใช้เสื้อสีแดงตามที่โรงเรียนกำหนด ปักชื่อ – นามสกุล นักเรียนขนาด 1.7 เซนติเมตร ด้วยด้ายหรือไหมสีขาวที่อกเสื้อด้านขวา

กางเกงนักเรียนทุกระดับชั้นทั้งชายและหญิง ใช้กางเกงวอร์มสีดำขายาวไม่มีลวดลาย

รองเท้า (ชาย) ใช้รองเท้าผ้าใบหุ้มส้นสีน้ำตาล มีรูร้อยเชือก 5 -7 รู ทั้งเชือกและตาไก่สีน้ำตาลไม่มีลวดลายใดๆ เมื่อสวมรองเท้าต้องผูกเชือกให้เรียบร้อย และไม่เหยียบส้นรองเท้า

รองเท้า (หญิง) ใช้รองเท้าผ้าใบหุ้มส้นสีขาวมีรูร้อยเชือก 5-7 รู ทั้งเชือกและตาไก่สีขาวไม่มีลวดลายใดๆ เมื่อสวมรองเท้าต้องผูกเชือกให้เรียบร้อย และไม่เหยียบส้นรองเท้า

4. เครื่องแบบกิจกรรม(เครื่องแบบประจำวันศุกร์ )

นักเรียนทุกระดับชั้นทั้งชายและหญิง ใช้เสื้อตามสังกัดคณะสีที่โรงเรียนกำหนด ปักชื่อ – นามสกุล

นักเรียน ขนาด 1.7 เซนติเมตร ด้วยด้ายหรือไหมสีน้ำเงิน ที่อกเสื้อด้านขวา นักเรียนชาย ให้ใส่เสื้อสีกับกางเกงเครื่องแบบนักเรียนชาย นักเรียนหญิงให้ใส่เสื้อสี กับกระโปรงเครื่องแบบนักเรียนหญิง

ในกรณีเรียนพลศึกษาให้ใส่กับกางเกงวอร์มสีดำขายาว ไม่มีลวดลาย

5. การปักจุดเสื้อเครื่องแบบนักเรียนเพื่อแสดงระดับชั้นและคณะสี

5.1 ปักจุดกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.3 เซนติเมตร

5.2 ปักจุดสี ตามสังกัดคณะสี บนปกเสื้อด้านขวา จำนวน 1 จุด ดังนี้

5.2.1) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สีชมพู

5.2.2)  กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สีแสด

5.2.3)  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ สีเหลือง

5.2.4)  กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม และกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ  สีฟ้า

5.2.5)  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา กิจกรรมพัฒนา

ผู้เรียน (แนะแนว)  สีเขียว

    5.3  ปักจุดระดับชั้น ตามระดับชั้นที่เรียน บนปกเสื้อด้านซ้ายดังนี้

5.3.1)  ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ปักด้วยจุดสีน้ำเงิน   จำนวนจุดตามระดับชั้นคือ

ม. 1 ปัก 1 จุด             ม. 2  ปัก 2 จุด            ม. 3  ปัก 3 จุด

5.3.2) ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ปักด้วยจุดสีแดง จำนวนจุดตามระดับชั้น คือ

ม. 4 ปัก 1 จุด             ม. 5  ปัก 2 จุด            ม. 6  ปัก 3 จุด

5.4  ในกรณีที่ปักมากกว่า 1 จุด ให้มีระยะห่างระหว่างจุด  0.5 เซนติเมตร

                   ให้ไว้  ณ  วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2564

 

(นายชัชพล  รวมธรรม)

ผู้อำนวยการโรงเรียนยโสธรพิทยาคม

ระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการอนุญาตให้นักเรียนออกนอกบริเวณโรงเรียน

 

 

          เพื่อให้การอนุญาตให้นักเรียนออกนอกบริเวณโรงเรียนในเวลาราชการ มีความชัดเจน ถูกต้องและสอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กและเยาวชน  พุทธศักราช 2546 โรงเรียนยโสธรพิทยาคม จึงกำหนดระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการอนุญาตให้นักเรียนออกนอกบริเวณโรงเรียนในเวลาราชการ ดังนี้

  • ขั้นตอนในการขออนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียน ผู้อนุญาตประกอบด้วย
    • ครูผู้สอน
    • ครูประจำชั้น
    • ครูผู้ปกครองกลุ่มสาระ
  • การอนุญาตให้นักเรียนออกนอกบริเวณโรงเรียน
    • ครูผู้สอนจะอนุญาตให้นักเรียนออกนอกบริเวณโรงเรียนได้เฉพาะในเวลาที่ทำการสอนในคาบ

นั้นๆ จะอนุญาตโดยทั่วไปมิได้

  • ครูประจำชั้นจะอนุญาตให้นักเรียนในประจำชั้นที่รับผิดชอบออกนอกบริเวณโรงเรียนได้

ตั้งแต่เวลา 07.00 -15.20 น. ยกเว้นในเวลาที่นักเรียนกำลังเรียนอยู่กับครูผู้สอนประจำวิชา

ในคาบนั้นๆ จะอนุญาตมิได้

  • ครูปกครองกลุ่มสาระจะอนุญาตให้นักเรียนออกนอกบริเวณโรงเรียนได้ก็ต่อเมื่อ
    • ครูผู้สอน ลา หรือ ไปราชการ
    • ครูประจำชั้น ลา หรือ ไปราชการ
    • นักเรียนมีเหตุรีบด่วนหรือจำเป็นไม่สามารถติดต่อกับครูประจำชั้น ครูผู้สอนได้ เช่น
  • ป่วยหรือประสบอุบัติเหตุ
  • กิจธุระจำเป็นรีบด่วนอื่นๆ ที่พิจารณาแล้วเห็นว่าเหมาะสมและไม่ขัดต่อ 1และ 2.2
  • ให้ผู้อนุญาตพิจารณาถึงความสำคัญและความจำเป็นในกิจธุระที่นักเรียนมาขออนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียนอย่างรอบคอบ เหมาะสม เพื่อป้องกันความผิดของผู้อนุญาตและความปลอดภัยของผู้ขออนุญาต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่มีผู้ปกครองมารับให้ผู้อนุญาตได้สอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ปกครองที่จะมารับอย่างถี่ถ้วน  ควรโทรศัพท์ติดต่อกับผู้ปกครองนักเรียนที่มารับโดยตรงว่ามีความเท็จจริงอย่างไร เมื่อมีความมั่นใจแล้วจึงอนุญาตทั้งนี้เพื่อป้องกันภาวะเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นกับนักเรียนได้
  • กิจธุระจำเป็นที่เห็นควรอนุญาตให้นักเรียนออกนอกบริเวณโรงเรียนได้
    • ป่วยหรือได้รับอุบัติเหตุ
    • ไปพบแพทย์ตามใบนัด (แสดงบัตรการนัดหมาย)
    • ไปไปรษณีย์ (แสดงหลักฐานการไปติดต่อ)
    • ไปธนาคาร (แสดงหลักฐานการไปติดต่อ)
    • ไปศาลากลางจังหวัด (แสดงหลักฐานการไปติดต่อ)
    • ไปสถานีตำรวจ (แสดงหลักฐานการไปติดต่อ)
    • ไปสาธารณสุขจังหวัด (แสดงหลักฐานการไปติดต่อ)
    • ไปสาธารณสุขอำเภอ (แสดงหลักฐานการไปติดต่อ)
    • ไปที่ว่าการอำเภอ (แสดงหลักฐานการไปติดต่อ)
    • ไปเทศบาลเมืองยโสธร (แสดงหลักฐานการไปติดต่อ)
    • ไปสำนักงานที่ดินจังหวัด (แสดงหลักฐานการไปติดต่อ)
    • ไปสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายโสธร เขต 1 (แสดงหลักฐานการไปติดต่อ)
    • ไปเอางานมาส่งครูประจำวิชา (ต้องได้รับอนุญาตจากครูผู้สอนวิชานั้นๆ เท่านั้น)
    • กลับบ้านผู้ปกครองมารับ (ตรวจสอบรายละเอียดของผู้ปกครองให้ถี่ถ้วน)
    • อื่นๆ ที่ผู้อนุญาตพิจารณาเห็นสมควรอนุญาต
  • นักเรียนที่ขออนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียนต้องปฏิบัติ ดังนี้
    • ขอใบอนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียน ที่ครูปกครองกลุ่มสาระฯ มากรอกรายละเอียดให้

ครบถ้วน

  • ดำเนินการขออนุญาตตามข้อ 1 ,2.2 ,และ 2.3
  • แสดงใบขออนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียนพร้อมบัตรประจำตัวนักเรียนกับครูเวรที่ป้อม

ยามโดยปฏิบัติตามขั้นตอนการขอออกนอกบริเวณโรงเรียนที่โรงเรียนกำหนด

  • เมื่อปฏิบัติกิจธุระเสร็จแล้ว กลับเข้ามาภายในบริเวณโรงเรียน ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนการขอ

ออกนอกบริเวณโรงเรียนที่โรงเรียนกำหนด

  • ต้องไปแจ้งให้ครูผู้อนุญาตให้ทราบว่าได้ไปปฏิบัติกิจธุระตามที่ขออนุญาตเสร็จเรียบร้อยแล้ว
  • ถ้าปฏิบัติกิจธุระเสร็จแล้วไม่กลับเข้ามาภายในบริเวณโรงเรียนตามเวลาที่กำหนดต้องถูกหัก

คะแนนคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ครั้งละ 50 คะแนน ยกเว้นกรณีผู้ปกครองมารับกลับบ้าน หรือเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล หรือ เหตุสุดวิสัยอื่นๆ จะต้องแจ้งให้ครูผู้อนุญาตทราบ

ให้ไว้  ณ  วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

 

 (นายชัชพล  รวมธรรม)

 ผู้อำนวยการโรงเรียนยโสธรพิทยาคม

กลุ่มบริหารทั่วไป

การปฏิบัติตนในการใช้อาคาร/สถานที่

  • ทำความสะอาดรองเท้าก่อนขึ้นอาคารเรียน
  • ถอดและวางรองเท้าให้เป็นระเบียบไว้หน้าห้อง
  • ใช้โต๊ะ เก้าอี้ ด้วยอาการสำรวม ไม่นั่งโยกเก้าอี้ไม่เลื่อนโต๊ะ  เก้าอี้  ออกนอกแถวที่จัดไว้
  • ไม่นั่งบนโต๊ะ ตามขอบหน้าต่าง หรืออันที่ไม่สมควร
  • รักษาความสะอาดของโต๊ะ เก้าอี้ และพื้นห้อง ด้วยการไม่ทิ้งเศษขยะ เศษวัสดุ หรือถ่มน้ำลายลงบนพื้น

ห้องเรียน

  • ห้ามขีดเขียนข้อความบนโต๊ะ/ผนังห้องเรียน และอาคารอื่นๆ
  • ไม่นั่งตามขอบระเบียง ไม่นอนพักผ่อน หรือนั่งเล่นบริเวณระเบียง
  • ไม่นำโต๊ะ เก้าอี้ หรืออุปกรณ์ต่างๆ ในห้องเรียนออกนอกห้องเรียน
  • ปิดไฟฟ้า ในห้องเรียนทุกครั้งเมื่อออกนอกห้องเรียน
  • ปฏิบัติตามกฎระเบียบของการใช้ห้องและอาคารที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด
  • การขอใช้บริเวณอาคารสถานที่ หรือห้องประชุม ผู้ขอใช้ต้องทำเป็นหนังสือราชการ หรือบันทึกข้อความ

ขอความอนุเคราะห์ผู้บริหารสถานศึกษา พิจารณาอนุญาตก่อนอย่างน้อย 3 วัน

  • นักเรียนต้องออกนอกอาคารเรียนหรือห้องเรียนไม่เกิน 00 น. ยกเว้นมีครูดูแล

การปฏิบัติตนในการรับประทานอาหาร

  • เข้าซื้ออาหารหรือเข้านั่งโต๊ะอาหารตามลำดับก่อน - หลัง
  • ไม่คุยเสียงดัง หรือคุยข้ามโต๊ะขณะรับประทานอาหาร ตลอดจนคุยถึงสิ่งหยาบคาย ไร้สาระหรือคุยอวด

ตัวในขณะรับประทานอาหาร

  • ไม่ลุกขึ้นยืนบนโต๊ะอาหาร เช่น ยืนสั่งอาหาร หรือยืนตักอาหาร  ตลอดจนไม่เอื้อมหยิบเครื่องปรุงรส

อาหาร  หรืออาหาร  ควรใช้วิธีขอให้ผู้อื่นส่งผ่านให้

  • ไม่รับประทานอาหารในลักษณะที่ไม่สุภาพ เช่น นั่งด้วยวิธีกางศอก  หรือนั่งอิงขอบโต๊ะอาหาร
  • ไม่ยืนหรือเดินรับประทานอาหาร
  • ในกรณีที่มีช้อนกลางไม่ตักอาหารจากจานกลางเข้าปากโดยตรงควรใช้จานช้อนกลางตักอาหารไว้ในจาน

ของตนก่อนจึงรับประทานอาหาร

  • ไม่ควรเคี้ยวอาหารเสียงดังหรืออ้าปากเคี้ยว
  • เมื่อส่งอาหารเข้าปากแล้ว ควรวางช้อน หรืออุปกรณ์อื่นบนจาน อย่าถือค้างไว้ในจานของตน
  • ไม่วางอุปกรณ์เช็ดมือ เช็ดปากที่ใช้แล้ววางบนโต๊ะอาหาร ควรเก็บทิ้งในภาชนะรับรอง
  • พึงระวังเศษอาหารเปรอะบริเวณปาก หรืออวัยวะส่วนอื่นในขณะรับประทานอาหาร
  • ไม่อนุญาตนำภาชนะใส่อาหาร/เครื่องดื่มขึ้นบนอาคารเรียน
  • ไม่ถ่มน้ำลายในโรงอาหาร
  • ไม่ทิ้งเศษอาหาร หรือวัสดุอื่นใดบนโต๊ะอาหาร หรือพื้นโรงอาหาร  ให้ทิ้งขยะลงถังขยะ
  • ปฏิบัติตามกฎ และข้อบังคับของโรงอาหาร งานโภชนาการ/ที่โรงเรียนจัดไว้ 
  • เวลาในการจำหน่ายอาหาร 00 – 08.00 น. 10.00 – 13.00 น.  15.00 – 17.00 น. 

งานประชาสัมพันธ์

1. เวลาทำการและการให้บริการของงานประชาสัมพันธ์

          เช้า      ระหว่างเวลา     07.30 – 08.15  น.

          เที่ยง    ระหว่างเวลา     12.05 – 13.00  น.

          บ่าย     ระหว่างเวลา     16.00 – 17.00  น.

และระหว่างเปลี่ยนชั่วโมงเรียน

แนวทางปฏิบัติงานประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับนักเรียนและผู้ปกครอง

 

1. ในกรณีที่ผู้ปกครองหรือญาติมิตรมาติดต่อขอพบนักเรียน  ให้ถือปฏิบัติ ดังนี้ 

  • แจ้งรายละเอียดแก่เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์
  • ประกาศเสียงตามสายให้นักเรียนทราบ เพื่อมาพบผู้ปกครอง

2.  ในกรณีที่ผู้ปกครองหรือญาติมิตรมาฝากของไว้ให้นักเรียน  ต้องปฏิบัติดังนี้ 

  • ฝากของไว้กับเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์โดยเขียนชื่อ– นามสกุล ชั้นเรียนของนักเรียนไว้อย่างชัดเจน
  • ประกาศเสียงตามสายให้นักเรียนทราบเพื่อมารับของฝาก

3.  ในกรณีที่ผู้ปกครองหรือญาติมิตรจะมารับนักเรียนออกนอกบริเวณโรงเรียน  ให้ผู้ปกครองติดต่อฝ่าย

บริหารงานบุคคล  และขออนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียน

4.  ในกรณีที่ผู้ปกครองหรือญาติมิตรต้องการพบนักเรียนให้ถือปฏิบัติ  ดังนี้  

  • แจ้งรายละเอียดแก่เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์
  • ประชาสัมพันธ์ประกาศเรียกนักเรียนเป็นกรณีพิเศษแม้ว่าจะอยู่ในชั่วโมงเรียน และเชิญผู้ปกครอง ไปพบนักเรียนที่งานประชาสัมพันธ์

หมายเหตุ

  • นักเรียนควรฟังประกาศเสียงตามสายในช่วงเปลี่ยนชั่วโมงเรียนอยู่เสมอ เพื่อจะได้รับทราบหรือบอกให้

เพื่อนทราบ

  • ผู้ปกครองที่มาติดต่อกับนักเรียนให้นั่งรออยู่ที่สำนักงานประชาสัมพันธ์ หรือใช้โทรศัพท์มือถือติดต่อเมื่อมี

ภารกิจสำคัญเร่งด่วน

งานอนามัยโรงเรียน

การใช้บริการห้องพยาบาล

  • ให้การรักษาอาการป่วยเบื้องต้น และบริการยา เฉพาะโรคปัจจุบัน  ที่สามารถบำบัดได้ด้วย  ยาสามัญ

ประจำบ้าน  ซึ่งไม่ใช่การรักษาที่เกินอำนาจและหน้าที่พยาบาล

  • ให้การปฐมพยาบาล อุบัติเหตุ เบื้องต้นก่อนนำส่งโรงพยาบาลหรือทำแผลที่เกิดจากอุบัติเหตุเล็กน้อย
  • ในกรณีที่ป่วยมากหรือได้รับอุบัติเหตุที่รุนแรง จะแจ้งให้ผู้ปกครองทราบและนำส่งโรงพยาบาล
  • ร่วมมือกับหน่วยแพทย์ ให้บริการตรวจสุขภาพนักเรียนทุกระดับชั้น ปีละ 1 ครั้ง
  • บริการข่าวสาร เอกสารความรู้เกี่ยวกับสุขภาพอนามัย และโรคภัยไข้เจ็บต่างๆแก่ ครู นักเรียน ผู้ปกครอง

และเจ้าหน้าที่ของโรงเรียน

  • ให้คำปรึกษาแนะนำสุขภาพ หรือปัญหาอาการเจ็บป่วยแก่ครู นักเรียน ผู้ปกครอง และเจ้าหน้าที่ของ

โรงเรียน

  • ติดต่อครูประจำชั้นเพื่อแจ้งผู้ปกครองในรายที่พิจารณาแล้วว่าสมควรให้ผู้ปกครองรับกลับ หรือรับทราบ

อาการ

  • ประสานงานกับศูนย์บริการสาธารณสุข เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนป้องกันการระบาดของโรคตามฤดูกาล

ข้อปฏิบัติในการใช้ห้องพยาบาล

 

  • ห้องพยาบาล เปิดให้บริการเวลา 00-16.30 น.
  • ครู นักเรียน และเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนที่ป่วย มารับบริการ กรุณาลงชื่อในสมุดบันทึกสถิติการใช้บริการทุกครั้ง
  • ผู้มารับบริการให้แจ้งอาการแพ้ยา และชื่อยาที่แพ้ด้วยทุกครั้ง
  • หากผู้ป่วย มีโรคประจำตัว ต้องแจ้งให้ครูห้องพยาบาล ทราบทุกครั้ง
  • ห้ามหยิบยารับประทานเอง
  • นักเรียนที่ป่วย หากต้องการนอนพัก ให้ติดต่อขออนุญาตจากครูประจำชั้น  หรือประจำวิชา  ก่อนลงมาพัก

และมีใบอนุญาตให้มานอนพักในห้องพยาบาล

  • ห้ามเข้าเยี่ยมนักเรียนที่นอนพักในห้องพยาบาล
  • ห้ามส่งเสียงดังรบกวน ครูและนักเรียนที่ป่วย
  • นักเรียนที่ป่วยมาก หรือได้รับอุบัติเหตุที่รุนแรง จะนำส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลใกล้เคียง

ระเบียบการใช้บริการ

1. มารยาทการใช้บริการห้องพยาบาล

  • ถอดรองเท้าก่อนเข้าห้อง และจัดวางให้เรียบร้อย
  • รักษาความสะอาดของสถานที่และอุปกรณ์ที่ใช้
  • พูดจาสุภาพ มีสัมมาคารวะ ไม่ส่งเสียงดัง

2.  ประสงค์จะขอรับยา

  • แจ้งอาการเจ็บป่วยให้ครูห้องพยาบาลทราบ
  • รับประทานยาในห้องพยาบาล ห้ามนำออกไปรับประทานนอกห้อง
  • ล้างแก้วยาหรืออุปกรณ์หลังใช้ แล้วเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย
  • ห้ามรับยาแทนเพื่อน
  • ลงบันทึกในสมุดบันทึกการใช้บริการทุกครั้ง

3.  ประสงค์ขอเข้านอนพัก

  • ขออนุญาตจากครูประจำชั้นหรือประจำวิชาและเขียนใบลาให้ครูเซ็นอนุญาตก่อนมานอนพัก
  • แจ้งอาการเจ็บป่วย ให้ครูห้องพยาบาลทราบ และขออนุญาตนอน
  • ลงบันทึกในสมุดนอนพัก ทุกครั้งที่ใช้บริการ

4.  ประสงค์จะทำแผล

  • แผลเก่า ให้ทำในเวลาคาบพัก เท่านั้น
  • แผลใหม่ ทำแผลได้ตลอดเวลาที่เปิดบริการ
  • ห้ามทำแผลเองก่อนได้รับอนุญาต
  • ห้ามหยิบ จับ สำลี  ผ้าก๊อสอุปกรณ์ทำแผล  เนื่องจากอบฆ่าเชื้อเรียบร้อยแล้ว
  • ลงบันทึกในสถิติพยาบาลทุกครั้งที่ใช้บริการ

5.  จำเป็นต้องไปโรงพยาบาล

  • สำหรับนักเรียนที่ป่วยมาก หรือได้รับอุบัติเหตุรุนแรง
  • ในรายที่ได้รับอุบัติเหตุเบิกค่าประกันได้ไม่เกิน 300 บาท/ครั้ง และในกรณีนอนโรงพยาบาลเบิกได้ 500 บาท/คืน ยกเว้นวันที่ออกจากโรงพยาบาล เนื่องจากมีประกันค่ารักษาพยาบาลเมื่อเกิดอุบัติเหตุที่นักเรียนทำไว้กับทางโรงเรียนโดยขอใบรับรองแพทย์และใบเสร็จมาทำเรื่องเบิกที่ห้องบริหารงบประมาณ

    **หมายเหตุนักเรียนพบครูได้ตลอดเวลาทำการเมื่อมีอาการป่วยที่ต้องการครูพยาบาลช่วยเหลือ กรณีที่อยู่ในโรงเรียน  และกรณีเกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน  ให้โทรเบอร์  1669  หรือ  08 4429  2080

(ครูอนามัยโรงเรียน)

กลุ่มบริหารวิชาการ

หลักสูตรโรงเรียนยโสธรพิทยาคม ปีการศึกษา 2564

 

          ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนยโสธรพิทยาคม มีการจัดการเรียนการสอนโดยใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560 และ พ.ศ.2564)  โดยมีการจัดโครงการโรงเรียนมาตรฐานสากล (World – Class Standard school) โครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม โครงการห้องเรียนพิเศษภาษาอังกฤษ (Mini English Program : MEP) และโครงการห้องเรียนพิเศษ AP (Advance Program)

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551

(ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2564)

วิสัยทัศน์

          หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2564)มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน  ซึ่งเป็นกำลังของชาติให้เป็นมนุษย์ที่มีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย  ความรู้  คุณธรรม  มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลก  ยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  มีความรู้และทักษะพื้นฐาน  รวมทั้งเจตคติที่จำเป็นต่อการศึกษาต่อ  การประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิต  โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญบนพื้นฐานความเชื่อว่าทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ

จุดหมาย

          หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน  มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี  มีปัญญา  มีความสุขมีศักยภาพในการศึกษาต่อ  และประกอบอาชีพ  จึงกำหนดเป็นจุดหมายเพื่อให้เกิดกับผู้เรียน  เมื่อจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน  ดังนี้

  • มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์  เห็นค่านิยมที่พึงประสงค์  เห็นคุณค่าของตนเอง  มีวินัยและปฏิบัติตนตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา  หรือศาสนาที่ตนนับถือ  ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
  • มีความรู้ ความสามารถในการสื่อสาร การคิด  การแก้ปัญหา  การใช้เทคโนโลยีและมีทักษะชีวิต
  • มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีสุขนิสัย และรักการออกกำลังกาย
  • มีความรักชาติ มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวิถีชีวิตและการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
  • มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม

มีจิตสาธารณะที่มุ่งทำประโยชน์และสร้างสิ่งที่ดีงามในสังคม  และอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข

สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน

          หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน  มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้  ซึ่งการพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุมาตรฐานการเรียนรู้ที่กำหนดนั้น จะช่วยให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคัญ 5 ประการ  ดังนี้

          1.  ความสามารถในการสื่อสาร                        2.  ความสามารถในการคิด

          3.  ความสามารถในการแก้ปัญหา                     4.  ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต

          5.  ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

 

คุณลักษณะอันพึงประสงค์

          หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน  มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์  เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข  ในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก  ดังนี้

          1.  รักชาติ  ศาสน์  กษัตริย์        2.  ซื่อสัตย์สุจริต          3.  มีวินัย

          4.  ใฝ่เรียนรู้                         5.  อยู่อย่างพอเพียง       6.  มุ่งมั่นในการทำงาน

          7.  รักความเป็นไทย                8.  มีจิตสาธารณะ

 

มาตรฐานการเรียนรู้

          การพัฒนาผู้เรียนให้เกิดความสมดุล  ต้องคำนึงถึงหลักพัฒนาการทางสมองและพหุปัญญา  หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน  จึงกำหนดให้ผู้เรียนเรียนรู้  8 กลุ่มสาระการเรียนรู้  ดังนี้

          1.  ภาษาไทย                                 2.  คณิตศาสตร์

          3.  วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี              4.  สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

          5.  สุขศึกษาและพลศึกษา                    6.  ศิลปะ

          7.  การงานอาชีพ                            8.  ภาษาต่างประเทศ

 

สาระการเรียนรู้

          สาระการเรียนรู้  ประกอบด้วย  องค์ความรู้ ทักษะหรือกระบวนการเรียนรู้และคุณลักษณะอันพึงประสงค์  ซึ่งกำหนดให้ผู้เรียนทุกคนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานจำเป็นต้องเรียนรู้  โดยแบ่งเป็น 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้  ดังนี้

  • ภาษาไทย : ความรู้ ทักษะและวัฒนธรรมการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร  ความชื่นชม  การเห็นคุณค่าภูมิปัญญาไทยและภูมิใจในภาษาประจำชาติ
  • คณิตศาสตร์ : การนำความรู้ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ไปใช้ในการแก้ปัญหาการดำเนินชีวิตและศึกษาต่อ การมีเหตุมีผล  มีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์  พัฒนาการคิดอย่างเป็นระบบและสร้างสรรค์
  • วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี : การนำความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ไปใช้ในการศึกษา ค้นคว้าหาความรู้และแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ การคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล  คิดวิเคราะห์  คิดสร้างสรรค์และจิตวิทยาศาสตร์
  • สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม: การอยู่ร่วมกันในสังคมไทยและสังคมโลกอย่างสันติสุข การเป็นพลเมืองดี ศรัทธาในหลักธรรมของศาสนา การเห็นคุณค่าของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ความรักชาติและภูมิใจในความเป็นไทย
  • สุขศึกษาและพลศึกษา : ความรู้ ทักษะและเจตคติในการสร้างเสริมสุขภาพพลานามัยของตนเองและผู้อื่น การป้องกันและปฏิบัติต่อสิ่งต่าง ๆที่มีผลต่อสุขภาพอย่างถูกวิธีและทักษะในการดำเนินชีวิต
  • ศิลปะ: ความรู้และทักษะในการคิดริเริ่ม จินตนาการ สร้างสรรค์งานศิลปะ  สุนทรียภาพและการเห็นคุณค่าทางศิลปะ
  • การงานอาชีพ: ความรู้ ทักษะ และเจตคติในการทำงาน  การจัดการ  การดำรงชีวิต  การประกอบอาชีพ
  • ภาษาต่างประเทศ: ความรู้ ทักษะ เจตคติ  และวัฒนธรรมการใช้ภาษาต่างประเทศในการสื่อสาร  การแสวงหาความรู้และการประกอบอาชีพ

 

กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

          กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน  มุ่งให้ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองตามศักยภาพ  พัฒนาอย่างรอบด้านเพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์  ทั้งร่างกาย  สติปัญญา  อารมณ์และสังคม  เสริมสร้างให้เป็นผู้มีศีลธรรม  จริยธรรม มีระเบียบวินัย  ปลูกฝังและสร้างจิตสำนึกของการทำประโยชน์เพื่อสังคม  สามารถจัดการตนเองได้และอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข  ซึ่งแบ่งเป็น 3  ลักษณะ  ดังนี้

  • กิจกรรมแนะแนว
  • กิจกรรมนักเรียน
    • กิจกรรมบังคับ ลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด นักศึกษาวิชาทหาร
    • กิจกรรมเสริมสาระ
  • กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์

 

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

          โดยที่โรงเรียนยโสธรพิทยาคมได้ประกาศใช้หลักสูตรโรงเรียนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551  ตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ สพฐ 293/2551 ลงวันที่ 11 กรกฎาคม 2551 เรื่อง ให้ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 จึงเป็นการสมควรที่กำหนดระเบียบโรงเรียนยโสธรพิทยาคมว่าด้วยการวัดและประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551ประจำปีการศึกษา 2558 เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับคำสั่งดังกล่าว

          ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 และกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ คณะกรรมการบริหารหลักสูตร และงานวิชาการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

          ข้อ 1ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบโรงเรียนยโสธรพิทยาคมว่าด้วยการวัดและประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560)ประจำปีการศึกษา2563”

          ข้อ 2  ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่ปีการศึกษา 2563 เป็นต้นไป

          ข้อ 3  ให้ยกเลิกระเบียบ ข้อบังคับที่ขัดแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

          ข้อ 4  ระเบียบนี้ให้ใช้ควบคู่กับหลักสูตรโรงเรียนยโสธรพิทยาคม พ.ศ.2561ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560)

          ข้อ 5  ให้ผู้อำนวยการรักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้

หมวด 1  หลักการดำเนินการวัดและประเมินผลการเรียน

ข้อ 6  การประเมินผลการเรียน ให้เป็นไปตามหลักการดำเนินการต่อไปนี้

  • โรงเรียนเป็นผู้รับผิดชอบการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน โดยเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องมีส่วนร่วม
  • การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาผู้เรียนและตัดสินผลการเรียน
  • การวัดและประเมินผลการเรียนรู้สอดคล้องและครอบคลุมมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ และมีการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
  • การวัดและประเมินผลการเรียนรู้เป็นส่วนหนึ่งของการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน มีวิธีการประเมินที่หลากหลาย เพื่อสามารถประเมินผลการเรียนรู้ได้อย่างรอบด้านทั้งด้านความรู้ ความคิด กระบวนการ พฤติกรรมและเจตคติ เหมาะกับสิ่งที่ต้องการวัดตามธรรมชาติวิชา  และระดับชั้นของผู้เรียน โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเที่ยงตรง ยุติธรรม และเชื่อถือได้
  • การประเมินผู้เรียนพิจาณาจากพัฒนาการของผู้เรียน ความประพฤติกรรม การสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ การเข้าร่วมกิจกรรม และการทดสอบ ควบคู่ไปกับกระบวนการเรียนการสอนตามความเหมาะสมของแต่ละระดับ
  • เปิดโอกาสให้ผู้เรียนและผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบผลการประเมินผลการเรียนรู้
  • ให้มีการเทียบโอนผลการเรียนระหว่างสถานศึกษาและระหว่างรูปแบบการศึกษาต่างๆ
  • โรงเรียนจัดทำเอกสารหลักฐานการศึกษา เพื่อเป็นหลักฐานการประเมินผลการเรียนรู้ รายงานผลการเรียน แสดงวุฒิการศึกษา และรับรองผลการเรียนของผู้เรียน

หมวด 2  วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ข้อ 7  โรงเรียนดำเนินการวัดและประเมินผลครบองค์ประกอบทั้ง 5 ด้าน คือ กลุ่มสาระการเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระ การอ่าน คิด วิเคราะห์  และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

7.1  การประเมินผลการเรียนรู้ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่มสาระ เป็นการประเมินความรู้ ความสามารถ ทักษะ เจตคติ ทักษะการคิด ที่กำหนดอยู่ในตัวชี้วัดในหลักสูตร ซึ่งจะนำไปสู่การสรุปผลการเรียนรู้ของผู้เรียนตามมาตรฐานการเรียนรู้

7.1.1  แจ้งให้ผู้เรียนทราบมาตรฐาน/ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิธีการวัดและประเมินผล เกณฑ์การผ่านตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ และเกณฑ์การวัดและประเมินผลในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้รายปี/ภาค

7.1.2  แจ้งให้นักเรียนทราบผลการเรียนรู้แต่ละกิจกรรม เกณฑ์การตัดสินพฤติกรรมปฏิบัติกิจกรรม และเวลาเรียน/เข้าร่วมกิจกรรม ในการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

7.1.3  แจ้งให้ผู้เรียนทราบคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของโรงเรียน วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ และเกณฑ์การตัดสิน

7.1.4  แจ้งให้ผู้เรียนทราบเกณฑ์และแนวปฏิบัติในการวัดและประเมินผลความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน

7.1.5  ก่อนจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ผู้สอนจะต้องวัดและประเมินผลก่อนเรียนเพื่อตรวจสอบความรู้พื้นฐานและทักษะเบื้องต้นของผู้เรียน

7.1.6  ระหว่างจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ให้ผู้สอนวัดและประเมินผลการเรียนของผู้เรียนเป็นระยะ ๆ เพื่อตรวจสอบพัฒนาการของผู้เรียนว่าบรรลุตามมาตรฐาน/ตัวชี้วัด /ผลการเรียนรู้ ตามที่กำหนดไว้ในแผนการจัดการเรียนรู้หากผู้เรียนมีความรู้ ความสามารถต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ให้ผู้สอนวินิจฉัยหาข้อบกพร่องของผู้เรียนแล้วสอนซ่อมเสริม โดยจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับศักยภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน

7.2  การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนของผู้เรียน ให้ครูประจำวิชา ดำเนินการวัดผลตามเกณฑ์ที่กำหนดดังนี้

7.2.1  ให้ผลการเรียนเป็น ไม่ผ่าน   ผ่าน ดี และ ดีเยี่ยม

7.2.2ตัดสินเมื่อสิ้นปีการศึกษา

7.3  การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน ให้ครูผู้สอนดำเนินการวัดผลไปพร้อมกับการประเมินผลระดับชั้นเรียนตามเกณฑ์ที่กำหนดดังนี้

7.3.1ให้ผลการเรียน  ไม่ผ่าน   ผ่าน   ดี และ ดีเยี่ยม

7.3.2 ตัดสินเมื่อสิ้นปีการศึกษา

7.4  การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนประเมินเป็นภาคเรียน โรงเรียนกำหนดแนวทางการประเมินให้ครูผู้รับผิดชอบกิจกรรมดำเนินการประเมินตามจุดประสงค์  ดังนี้

7.4.1ให้ผลการเรียนเป็น ผ่าน  ไม่ผ่าน

7.4.2ตัดสินเมื่อสิ้นภาคเรียน

7.4.3การผ่าน ไม่ผ่าน พิจารณาจาก

7.4.3.1เวลาเข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ  80

7.4.3.2 มีผลการปฏิบัติกิจกรรมและผลงานชิ้นงานอยู่ในระดับดี

7.4.4เกณฑ์การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนมี   2  ระดับ  คือ

 “ผ” หมายถึง ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ80 ของเวลาเรียนทั้งหมด  ปฏิบัติกิจกรรมและมีผลงานอยู่ในระดับดี

 “มผ”  หมายถึง  ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนน้อยกว่าร้อยละ 80  ของเวลาเรียนทั้งหมด  ปฏิบัติกิจกรรมและมีผลงาน ชิ้นงาน ต่ำกว่าเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด

หมวด 3 เกณฑ์การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

 

ข้อ 8  การตัดสินผลการเรียน      

                 แนวปฏิบัติในการเลื่อนชั้นเรียน ให้ยึดแนวปฏิบัติดังนี้

          ระดับมัธยมศึกษา

        (1)  ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมด

        (2)  ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัด และผ่านตัวชี้วัดทุกตัว

        (3)  ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา

             (4)  ผู้เรียนต้องได้รับการประเมิน และมีผลการประเมินผ่านในระดับ “ดีเยี่ยม”“ดี” หรือ “ผ่าน” ในการอ่าน  คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และได้ “ผ่าน” ในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

 

แนวปฏิบัติในการซ้ำชั้นเรียนให้ยึดแนวปฏิบัติดังนี้

              ผู้เรียนที่ไม่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์การอนุมัติเลื่อนชั้นเรียน สถานศึกษาจะต้องจัดให้เรียนซ้ำชั้น 

             ในกรณีที่ผู้เรียนขาดคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่ง สถานศึกษาอาจใช้ดุลยพินิจให้เลื่อนชั้นได้ 

หากพิจารณาเห็นว่า

             (1)  ผู้เรียนมีเวลาเรียนไม่ถึงร้อยละ 80อันเนื่องจากสาเหตุจำเป็นหรือเหตุสุดวิสัย แต่มีคุณสมบัติตามข้ออื่น ๆ ครบถ้วน

             (2)  ผู้เรียนผ่านมาตรฐานและตัวชี้วัดไม่ถึงเกณฑ์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพียงเล็กน้อย และเห็นว่าสามารถสอนซ่อมเสริมได้ในปีการศึกษาถัดไป และมีคุณสมบัติข้ออื่น ๆครบถ้วน

          เกณฑ์การจบการศึกษาได้จะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

  • ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ผู้เรียนรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 81 หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 66 หน่วยกิต ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิต ตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 66 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 11 หน่วยกิต
  • ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ผู้เรียนรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 81 หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 41 หน่วยกิต ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิต ตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 41 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 36 หน่วยกิต
  • ผู้เรียนต้องมีผลการประเมินรายวิชาพื้นฐาน ผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับ “1” เป็นอย่างน้อย
  • ผู้เรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนในระดับ“ดีเยี่ยม”“ ดี”หรือ“ผ่าน”
  • ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับ “ ดีเยี่ยม”“ ดี ”หรือ “ผ่าน”
  • ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินในระดับ “ผ่าน” ทุกกิจกรรม

ข้อ 9การให้ระดับผลการเรียน

9.1  การตัดสินผลการเรียนรายวิชาของกลุ่มสาระการเรียนรู้ ให้ใช้ระบบตัวเลขแสดงระดับผลการเรียนในแต่ละกลุ่มสาระ  (8 ระดับ) ดังนี้

ระดับผลการเรียน

ความหมาย

ช่วงคะแนนเป็นร้อยละ

4

ดีเยี่ยม

80 – 100

3.5

ดีมาก

75 – 79

3

ดี

70 – 74

2.5

ค่อนข้างดี

65 – 69

2

น่าพอใจ

60 – 64

1.5

พอใช้

55 – 59

1

ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ

50 – 54

0

ต่ำกว่าเกณฑ์

0 – 49

9.2การกำหนดสัดส่วนคะแนน ระหว่างเรียน กับ สอบปลายภาค เป็นดังนี้

กลุ่มสาระ

ระหว่างเรียน

ปลายปี / ปลายภาค

1. ภาษาไทย

70

30

2. คณิตศาสตร์

70

30

3. วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

70

30

4. สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

70

30

5. ภาษาต่างประเทศ

70

30

6. สุขศึกษาและพลศึกษา

80

20

7. ศิลปะ

80

20

8. การงานอาชีพ

80

20

          9.3การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน เป็นผ่านและไม่ผ่าน ถ้ากรณีที่ผ่าน กำหนดเกณฑ์การตัดสินเป็นดีเยี่ยม ดี และผ่าน

                 ดีเยี่ยมหมายถึง  มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนที่มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน  ที่มีคุณภาพดีเลิศอยู่เสมอ

                 ดี  หมายถึง  มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนที่

มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน ที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับ

                      ผ่านหมายถึง   มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนที่มีมีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน  ที่มีข้อบกพร่องบางประการ

                 ไม่ผ่านหมายถึง  มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนที่ไม่มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน หรือถ้ามีผลงาน ผลงานนั้นยังมีข้อบกพร่องที่ต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไขหลายประการ

            9.4  การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ รวมทุกคุณลักษณะเพื่อการเลื่อนชั้น และจบการศึกษา เป็นผ่านและไม่ผ่าน ในการผ่านกำหนดเกณฑ์การตัดสินเป็นดีเยี่ยม ดี และผ่าน และความหมายของแต่ละระดับ ดังนี้

                 ดีเยี่ยมหมายถึง ผู้เรียนปฏิบัติตนตามคุณลักษณะจนเป็นนิสัย และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อประโยชน์สุขของตนเองและสังคม โดยพิจารณาจากผู้เรียนปฏิบัติตนตามคุณลักษณะจนเป็นนิสัย และนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อประโยชน์สุขของตนเองและสังคม โดยพิจารณาจากผลการประเมินระดับดีเยี่ยม  จำนวน 5 – 8 คุณลักษณะ และไม่มีคุณลักษณะใดได้ผลการประเมินต่ำกว่าระดับดี

                 ดี หมายถึง ผู้เรียนมีคุณลักษณะในการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ เพื่อให้เป็นการยอมรับของสังคม โดยพิจารณาจากผู้เรียนมีคุณลักษณะในการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ เพื่อให้เป็นการยอมรับของสังคม โดยพิจารณาจาก

  • ได้ผลการประเมินระดับดีเยี่ยม จำนวน 1 – 4 คุณลักษณะ และไม่มีคุณลักษณะใดได้ผลการประเมินต่ำกว่าระดับดี หรือ
  • ได้ผลการประเมินระดับดีเยี่ยม จำนวน 4 คุณลักษณะ และไม่มีคุณลักษณะใด ได้ผลการประเมินต่ำกว่าระดับผ่าน หรือ
  • ได้ผลการประเมินระดับดี จำนวน 5 – 8 คุณลักษณะ และไม่มีคุณลักษณะใดได้ผลการประเมินต่ำกว่าระดับผ่าน

                 ผ่านหมายถึง ผู้เรียนรับรู้และปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และเงื่อนไขที่สถานศึกษากำหนด โดยพิจารณาจากผู้เรียนรับรู้และปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และเงื่อนไขที่สถานศึกษากำหนดโดยพิจารณาจาก

                     1. ได้ผลการประเมินระดับผ่าน จำนวน 5 – 8คุณลักษณะ และไม่มีคุณลักษณะใดได้ผลการประเมินต่ำกว่าระดับผ่าน หรือ

                     2. ได้ผลการประเมินระดับดี จำนวน 4 คุณลักษณะ และไม่มีคุณลักษณะใด ได้ผลการประเมินต่ำกว่าระดับผ่าน

                 ไม่ผ่านหมายถึง ผู้เรียนรับรู้และปฏิบัติได้ไม่ครบตามกฎเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด โดยพิจารณาจากผู้เรียนรับรู้และปฏิบัติได้ไม่ครบตามกฎเกณฑ์และเงื่อนไขที่สถานศึกษากำหนด โดยพิจารณาจากผลการประเมินระดับไม่ผ่าน ตั้งแต่ 1 คุณลักษณะ

9.5  การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

                 จะต้องพิจารณาทั้งเวลาการเข้าร่วมกิจกรรมการปฏิบัติกิจกรรมและผลงาน ชิ้นงาน ของผู้เรียนตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนดและให้ผลการประเมินเป็นผ่าน และไม่ผ่าน

        “” หมายถึง ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมด ปฏิบัติกิจกรรม และมีผลงาน ชิ้นงาน อยู่ในระดับดี

        “มผ” หมายถึง ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนน้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมด ปฏิบัติกิจกรรม และมีผลงาน ชิ้นงาน อยู่ในระดับปรับปรุง

                 ในกรณีที่ผู้เรียนได้  “มผ”  ครูผู้ดูแลกิจกรรมต้องจัดซ่อมเสริมให้ผู้เรียนทำกิจกรรมในส่วนที่ผู้เรียนไม่ได้เข้าร่วมหรือไม่ได้ทำจนครบถ้วน แล้วจึงเปลี่ยนผลการเรียนจาก “มผ” เป็น “” ได้ ทั้งนี้ ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปีการศึกษา (ที่มีผลการเรียน มผ) ยกเว้นมีเหตุสุดวิสัย

ข้อ  10  การเลื่อนชั้น

10.1  ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนตลอดภาคเรียน/ปีการศึกษาไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมด

10.2 ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกมาตรฐานตัวชี้วัดและผ่านตัวชี้วัดทุกตัวในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้

10.3ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชาและมีผลการเรียนเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 1.00

10.4  ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินและมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนดในการประเมินผลการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน  คุณลักษณะอันพึงประสงค์  และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

          อนึ่ง หากผลการประเมินผู้เรียนไม่เป็นไปตามที่กำหนด หรือขาดคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่ง และเป็นเหตุผลที่ได้รับการยกเว้นตามที่สถานศึกษากำหนด รวมทั้งมีข้อบกพร่องไม่มากนัก ซึ่งครูผู้สอนสามารถทำการซ่อมเสริมได้ ให้ผู้เรียนมีโอกาสในการซ่อมเสริม เพื่อให้ผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษากำหนด

          สำหรับผู้เรียนที่มีสติปัญญาและความสามารถเป็นเลิศ สถานศึกษาอาจพิจารณาให้มีการเลื่อนชั้นเรียนระหว่างปีได้ โดยสถานศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินผลการเรียน ประกอบด้วย คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการโรงเรียน ผู้แทนจากต้นสังกัด เพื่อพิจารณาตามเงื่อนไขดังนี้

                 1) มีผลการเรียนในปีการศึกษาที่ผ่านมาและผลการเรียนในปีการศึกษาปัจจุบันอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม

                 2) มีวุฒิภาวะที่เหมาะสมและสามารถเรียนในชั้นสูงขึ้นได้

                 3) ผ่านการประเมินตัวชี้วัดทั้งหมดในปีปัจจุบัน และภาคเรียนที่ 1 ของชั้นเรียนที่สูงขึ้น

          ในการเลื่อนชั้นเรียนสูงขึ้นระหว่างปี ให้เป็นไปตามความยินยอมของผู้เรียนและผู้ปกครองและต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายนของปี

           

 

ข้อ  11  การสอนซ่อมเสริม

  • ผู้เรียนมีความรู้/ทักษะพื้นฐานไม่เพียงพอที่จะศึกษาในแต่ละรายวิชานั้น ควรจัดการสอนซ่อมเสริม ปรับความรู้/ทักษะพื้นฐาน
  • การประเมินระหว่างเรียนผู้เรียนไม่สามารถแสดงความรู้ ทักษะกระบวนการ หรือเจตคติ/คุณลักษณะ  ที่กำหนดไว้ตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด 
  • ผลการเรียนไม่ถึงเกณฑ์ และ/หรือต่ำกว่าเกณฑ์การประเมิน โดยผู้เรียนได้ระดับผลการเรียน “0” ต้องจัดการซ่อมสอนเสริมก่อนจะให้ผู้เรียนสอบแก้ตัว
  • ผู้เรียนมีผลการเรียนไม่ผ่าน สามารถจัดสอนซ่อมเสริมในภาคฤดูร้อน ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษา

          แนวการเปลี่ยนผลการเรียน “0”ดำเนินการได้ดังนี้

          ผลการประเมิน “0” โรงเรียนจัดให้มีการสอนซ่อมเสริมในตัวชี้วัดที่ผู้เรียนสอบไม่ผ่านก่อน แล้วจึงสอบแก้ตัวให้ และให้สอบแก้ตัวได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ทั้งนี้ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปีการศึกษานั้น 

          ถ้าผู้เรียนไม่มาดำเนินการสอบแก้ตัวตามระยะเวลาที่กำหนดไว้นี้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของโรงเรียนที่จะพิจารณาขยายเวลาออกไปอีกไม่เกิน 1 ภาคเรียนทั้งนี้ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปีการศึกษานั้น 

          ถ้าสอบแก้ตัว 2 ครั้งแล้ว ยังได้ระดับผลการเรียน “0” อีก ให้โรงเรียนแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการเกี่ยวกับการแก้ผลการเรียนของผู้เรียนโดยปฏิบัติดังนี้

  • ถ้าเป็นรายวิชาพื้นฐาน ให้เรียนซ้ำรายวิชา
  • ถ้าเป็นรายวิชาเพิ่มเติม ให้เรียนซ้ำหรือเปลี่ยนรายวิชาเรียนใหม่ ให้อยู่ในดุลยพินิจของโรงเรียน

             ในกรณีที่เปลี่ยนรายวิชาเรียนใหม่ ให้หมายเหตุในระเบียนแสดงผลการเรียน (ปพ.1) ว่าให้เรียนแทนรายวิชาใด

แนวการแก้ไข “ มผ”

          ในกรณีที่ผู้เรียนได้ผลการเรียน “ มผ ” โรงเรียนต้องจัดซ่อมเสริมให้ผู้เรียนทำกิจกรรมจนครบตามเวลาที่กำหนด หรือปฏิบัติกิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณลักษณะที่ต้องปรับปรุง แก้ไข แล้วจึงเปลี่ยนผลการเรียนจาก “มผ” เป็น “” ทั้งนี้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปีการศึกษานั้น ยกเว้นมีเหตุสุดวิสัย  ให้อยู่ในดุลยพินิจของโรงเรียน

ข้อ 12การเรียนซ้ำชั้น

              ผู้เรียนที่ไม่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์การเลื่อนชั้น (มีผลการเรียนเฉลี่ยต่ำกว่า 1.00 และมีผลการเรียน0 ร มส มผ จำนวนมาก ซึ่งจะทำให้เป็นปัญหาในการเรียนในระดับที่สูงขึ้น) จะต้องเรียนซ้ำชั้น  แต่ทั้งนี้อาจ ได้รับการพิจารณาให้เลื่อนชั้นได้ หากผู้เรียนมาดำเนินการแก้ไขผลการเรียนที่มีปัญหาให้ได้เกรดเฉลี่ยเท่ากันหรือมากกว่า 1.00 ภายในระยะเวลาที่กำหนด และทำข้อตกลงกับทางโรงเรียนโดยผู้ปกครองและให้เหลือผลการเรียนที่มีปัญหาจำนวนวิชาน้อยที่สุด

ข้อ 13  เกณฑ์การจบ

          ระดับมัธยมศึกษา

                 1.  มีเวลาเรียนครบตามที่หลักสูตรโรงเรียนกำหนดและสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลาง

                 2.  ทุกรายวิชาพื้นฐานมีผลการประเมินผ่าน สำหรับรายวิชาเพิ่มเติมเป็นไปตามที่โรงเรียนกำหนด

                 3.  มีผลการประเมินการอ่านคิดวิเคราะห์ และเขียน ในระดับผ่าน

                 4.  มีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผ่าน

                 5.  มีผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ในระดับผ่านทุกกิจกรรม และปฏิบัติกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์60 ชั่วโมง

หมวด  4 การรายงานผลการเรียน

         

          ข้อ 14  การรายงานผลการเรียนเป็นเอกสารบันทึกข้อมูลการประเมินผลการเรียนรู้และพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของผู้เรียนแต่ละคน ตามเกณฑ์การผ่านชั้นเรียนของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมทั้งข้อมูลด้านอื่น ๆ  ของผู้เรียนทั้งที่บ้านและโรงเรียน โดยจัดทำเป็นเอกสารรายบุคคล เพื่อใช้สำหรับสื่อสารให้ผู้ปกครองของผู้เรียนแต่ละคนได้รับทราบผลการเรียนและพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง แบบรายงานผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนรายบุคคลนำไปใช้ประโยชน์ ดังนี้

             1) รายงานผลการเรียน ความประพฤติและพัฒนาการของผู้เรียนให้ผู้ปกครองได้รับทราบ

             2) ใช้เป็นเอกสารสื่อสาร ประสานงานเพื่อร่วมมือในการพัฒนาและปรับปรุงแก้ไขผู้เรียน

             3) เป็นเอกสารหลักฐานสำหรับตรวจสอบ ยืนยัน และรับรองผลการเรียนและพัฒนาการต่าง ๆ ของผู้เรียน

          หมวด 5 เอกสารหลักฐานการศึกษา

ข้อ 15  ให้มีการจัดหาและจัดทำเอกสารหลักฐานการศึกษาดังต่อไปนี้

  • เอกสารหลักฐานการศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด ประกอบด้วย

โรงเรียนออก ปพ.1: บ ให้นักเรียนเมื่อ

                         1)  ระเบียบแสดงผลการเรียน(Transcript)(ปพ.1)เป็นเอกสารหลักฐานแสดงผลการเรียนของผู้เรียนสำหรับบันทึกข้อมูลผลการเรียนของนักเรียนตามเกณฑ์การผ่านระดับชั้นของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้แก่ ผลการเรียนรู้ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้  8 กลุ่มสาระ ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษา และผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โรงเรียนจะต้องจัดทำและออกเอกสารนี้ให้กับผู้เรียนเป็นรายบุคคล เมื่อจบหรือไม่จบการศึกษา เพื่อใช้ประโยชน์ ดังนี้

      - แสดงผลการเรียนของนักเรียนตามโครงการสร้างหลักสูตรของโรงเรียน

      - รับรองผลการเรียนของนักเรียนตามข้อมูลที่บันทึกในเอกสาร

      - ตรวจสอบผลการเรียนและวุฒิการศึกษาของนักเรียน

                         - ใช้เป็นหลักฐานแสดงวุฒิการศึกษาเพื่อสมัครเข้าศึกษาต่อ สมัครงานหรือขอรับสิทธิประโยชน์อื่นใดที่พึงมีพึงได้ตามวุฒิการศึกษานั้น

                         - และมอบให้กับนักเรียนในทุกกรณีที่นักเรียนออกจากโรงเรียน เช่น จบการศึกษา  ลาออก  ย้ายที่เรียน เป็นต้น

                      2)  หลักฐานแสดงวุฒิการศึกษา(ใบประกาศนียบัตร) (ปพ.2)เป็นเอกสารที่สถานศึกษาออกให้กับผู้สำเร็จการศึกษาและรับรองวุฒิการศึกษาของผู้เรียน ให้ผู้เรียนนำไปใช้เป็นหลักฐานแสดงระดับวุฒิการศึกษาของตน

                     3)  แบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา  (ปพ.3)

                         เป็นเอกสารอนุมัติการจบหลักสูตรการเรียนของนักเรียนที่ผู้จบการศึกษาระดับประถมศึกษาปีที่ 6  ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เป็นเอกสารทางการศึกษาที่สำคัญที่สุด  ใช้เป็นหลักฐานแสดงคุณสมบัติหรือคุณวุฒิทางการศึกษาของผู้เรียน ผู้มีรายชื่อในเอกสารนี้ทุกคน จะได้รับการรับรองวุฒิทางการศึกษาจากกระทรวงศึกษาธิการ เอกสารที่จัดทำขึ้นแล้ว โรงเรียนจะต้องเก็บรักษาไว้ให้ปลอดภัยระวังมิให้เอกสารชำรุด เสียหาย สูญหายหรือข้อมูลถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้เป็นอันขาด แบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6  โรงเรียนจัดทำเพียงชุดเดียวแล้วเก็บรักษาไว้ที่โรงเรียน  ซึ่งนำไปใช้ประโยชน์  ดังนี้

                         - ผู้บริหารโรงเรียน  ใช้ตัดสินและอนุมัติผลการเรียนของนักเรียน

                         - แสดงรายชื่อผู้จบหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานแต่ละชั้นที่ได้รับการรับรองวุฒิจากกระทรวงศึกษาธิการ

                         - หน่วยงานที่เก็บรักษาเอกสารใช้สำหรับตรวจสอบ  ค้นหา  พิสูจน์  ยืนยัน  และรับรองวุฒิหรือผลการเรียนของผู้จบหลักสูตร

หมายเหตุเอกสารการจบหลักสูตรทุกฉบับ จะมอบให้ทุกคนที่ไม่ติดภาระและเงื่อนไขทางกลุ่มงบประมาณ และห้องสมุด

                 15.2  เอกสารหลักฐานการศึกษาที่สถานศึกษากำหนด

                      โรงเรียนจัดทำขึ้น เพื่อใช้บันทึกข้อมูลของนักเรียนในด้านต่าง ๆ สำหรับใช้ประกอบการดำเนินงานจัดการศึกษา การประเมินและตัดสินผลการเรียน การออกแบบ จัดทำแบบพิมพ์ และควบคุมการจัดทำและการใช้เอกสารโรงเรียนจัดทำเอง สำหรับรูปแบบและแนวดำเนินการจัดทำให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติในการจัดการศึกษา และการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามที่โรงเรียนกำหนด  ดังนี้

                     1) แบบสรุปผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์

                         เป็นเอกสารสรุปผลการประเมินและตัดสินผลการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนแต่ละคนในแต่ละชั้นเรียน และมอบให้นักเรียนทุกคนเมื่อจบระดับชั้นเรียน หรือจบหลักสูตรการศึกษาภาคบังคับ  หรือจบหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน แบบสรุปผลการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์  นำไปใช้ประโยชน์ แสดงผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์หรือรับรองคุณลักษณะของผู้เรียน โดยใช้ควบคู่กับระเบียบแสดงผลการเรียน (ปพ.1)

  2) เอกสารบันทึกการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 

                         เป็นเอกสารให้ครูผู้สอนใช้บันทึกข้อมูลเวลาเรียนของผู้เรียน บันทึกการวัดและ

การประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน ตามผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง ตัวชี้วัด/จุดประสงค์การเรียนรู้ เพื่อใช้เป็นข้อมูลสำหรับการพิจารณาตัดสินผลการเรียนแต่ละรายวิชา  บันทึกผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน เอกสารบันทึกผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน สามารถนำไปใช้ประโยชน์ ดังนี้

                         - ใช้เป็นเอกสารประกอบการดำเนินงานในการวัดและประเมินผลการเรียนของผู้เรียน

                         - ใช้เป็นหลักฐานสำหรับตรวจสอบ รายงาน และรับรองข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการและกระบวนการวัดและประเมินผลการเรียนรู้

                     3)  แบบรายงานผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนรายบุคคล

                         เป็นเอกสารบันทึกข้อมูลการประเมินผลการเรียนรู้และพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของผู้เรียนแต่ละคน ตามเกณฑ์การผ่านชั้นเรียนของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมทั้งข้อมูลด้านอื่น ๆ ของผู้เรียนทั้งที่บ้านและโรงเรียน โดยจัดทำเป็นเอกสารรายบุคคล เพื่อใช้สำหรับสื่อสารให้ผู้ปกครองของผู้เรียนแต่ละคนได้รับทราบผลการเรียนและพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง แบบรายงานผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนรายบุคคลนำไปใช้ประโยชน์ ดังนี้

                     - รายงานผลการเรียน ความประพฤติและพัฒนาการของผู้เรียนให้ผู้ปกครองได้รับทราบ

                     - ใช้เป็นเอกสารสื่อสาร ประสานงานเพื่อร่วมมือในการพัฒนาและปรับปรุงแก้ไขผู้เรียน

                     - เป็นเอกสารหลักฐานสำหรับตรวจสอบ ยืนยัน และรับรองผลการเรียนและพัฒนาการต่าง ๆ ของผู้เรียน

                     4)  ใบรับรองผลการศึกษา

                         เป็นเอกสารใช้สำหรับรับรองสถานภาพนักเรียนหรือผลการเรียนของผู้เรียนเป็นการชั่วคราวตามที่ผู้เรียนร้องขอ  ทั้งกรณีที่ผู้เรียนกำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนและเมื่อจบการศึกษาไปแล้ว  ใบรับรองผลการเรียน นำไปใช้ประโยชน์  ดั้งนี้

                         - รับรองความเป็นผู้เรียนของโรงเรียนที่เรียนหรือเคยเรียน

                         - รับรองและแสดงความรู้ วุฒิของผู้เรียน

                         - ใช้เป็นหลักฐานแสดงคุณสมบัติของผู้เรียนในการสมัครเข้าศึกษาต่อ สมัครเข้าทำงาน  หรือเมื่อมีกรณีอื่นใดที่ผู้เรียนต้องแสดงคุณสมบัติเกี่ยวกับวุฒิความรู้ หรือสภาพการเป็นผู้เรียนของตน

                         - เป็นหลักฐานสำหรับการตรวจสอบ รับรอง ยืนยันการใช้สิทธิ์ความเป็นนักเรียนหรือการได้รับการรับรองจากโรงเรียน

                     5)  ระเบียนสะสม

                         เป็นเอกสารบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาการของผู้เรียนในด้านต่าง ๆ เป็นรายบุคคล  โดยจะบันทึกข้อมูลของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง ตลอดช่วงระยะเวลาการศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน12 ปีระเบียนสะสม ไปใช้ประโยชน์  ดังนี้

                         - ใช้เป็นข้อมูลในการแนะแนวทางการศึกษาและการประกอบอาชีพของผู้เรียน

                         - ใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาปรับปรุงบุคลิกภาพ ผลการเรียนและการปรับตัวของผู้เรียน

                         - ใช้ติดต่อสื่อสาร รายงานพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนระหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครอง

                         - ใช้เป็นหลักฐานสำหรับการตรวจสอบ รับรอง และยืนยันคุณสมบัติของผู้เรียน

หมวด 6 การเทียบโอนผลการเรียน

          ข้อ 16ให้มีการเทียบโอนผลการเรียนของนักเรียนที่เรียนรู้จากสถานศึกษาได้ในกรณีต่างๆ ได้แก่  การย้ายสถานศึกษาการเปลี่ยนรูปแบบการศึกษาการย้ายหลักสูตรการออกกลางคันและการขอกลับเข้ารับการศึกษาต่อการศึกษาจากต่างประเทศและขอเข้าศึกษาต่อในประเทศ

          ข้อ 17ให้สามารถเทียบโอนความรู้ ทักษะ ประสบการณ์จากแหล่งการเรียนรู้อื่นๆ  เช่นสถานประกอบการสถาบันทางศาสนาสถาบันการฝึกอบรมอาชีพการจัดการศึกษาโดยครอบครัวเป็นต้น

ข้อ 18การเทียบโอนผลการเรียนให้ดำเนินการในช่วงก่อนเปิดภาคเรียนหรือต้นภาคเรียนที่สถานศึกษารับผู้ขอเทียบโอนเป็นผู้เรียนทั้งนี้ผู้เรียนที่ได้รับการเทียบโอนผลการเรียนต้องศึกษาต่อเนื่องในสถานศึกษาที่รับเทียบโอนอย่างน้อย1ภาคเรียนโดยสถานศึกษาที่รับการเทียบโอนควรกำหนดรายวิชาจำนวนหน่วยกิตที่จะรับเทียบโอนตามความเหมาะสม

ข้อ 19การพิจารณาการเทียบโอน สามารถดำเนินการได้ดังนี้

19.1  พิจารณาจากหลักฐานการศึกษา และเอกสารอื่นๆที่ให้ข้อมูลแสดงความรู้ความสามารถของผู้เรียน

19.2   พิจารณาจากความรู้ ประสบการณ์ตรงจากความรู้ความสามารถของผู้เรียนโดยการทดสอบด้วยวิธีการต่างๆทั้งภาคความรู้และภาคปฏิบัติ

19.3   พิจารณาจากความสามารถ และการปฏิบัติจริง

19.4   ในกรณีมีเหตุผลจำเป็นระหว่างเรียน 

          ข้อ 20การเทียบโอนผลการเรียนให้ดำเนินการในรูปของคณะกรรมการการเทียบโอนจำนวนไม่น้อยกว่า3คนแต่ไม่ควรเกิน 5คนการเทียบโอนให้ดำเนินการดังนี้

20.1 กรณีผู้ขอเทียบโอนมีผลการเรียนมาจากหลักสูตรอื่น ให้นำรายวิชาหรือหน่วยกิตที่มีมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้/จุดประสงค์/เนื้อหาที่สอดคล้องกันไม่น้อยกว่าร้อยละ60มาเทียบโอนผลการเรียนและพิจารณาให้ระดับผลการเรียนให้สอดคล้องกับหลักสูตรที่รับเทียบโอน

20.2 กรณีการเทียบโอนความรู้ ทักษะและประสบการณ์  ให้พิจารณาจากเอกสารหลักฐาน (ถ้ามี) โดยให้มีการประเมินด้วยเครื่องมือที่หลากหลายและให้ระดับผลการเรียนให้สอดคล้องกับหลักสูตรที่รับเทียบโอน

20.3  กรณีการเทียบโอนที่นักเรียนเข้าโครงการแลกเปลี่ยนต่างประเทศให้ดำเนินการตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่องหลักการและแนวปฏิบัติการเทียบชั้นการศึกษาสำหรับนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน

ทั้งนี้วิธีการเทียบโอนผลการเรียนให้เป็นไปตามหลักการและแนวทางการเทียบโอนผลการเรียนตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการเรื่องการเทียบโอนผลการเรียนการศึกษาขั้นพื้นฐานและการศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับต่ำกว่าปริญญาประกาศณวันที่10ตุลาคมพ.ศ. 2540และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวกับการเทียบโอนผลการเรียนเข้าสู่การศึกษาในระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานซึ่งจัดทำโดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สิงหาคม2549)

บทเฉพาะกาล

ข้อ 21 ในกรณีนักเรียนที่เรียนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ซึ่งควรจะจบหลักสูตรในปีการศึกษา 2553หรือก่อนปีการศึกษา 2553แต่ไม่สามารถจบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544  ตามกำหนดได้   ให้ใช้ระเบียบฉบับนี้

การพิจารณาเลื่อนชั้น  ผู้เรียนที่ไม่ผ่านรายวิชาจำนวนมากและมีแนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับชั้นที่สูงขึ้น  ให้ตั้งคณะกรรมการพิจารณาให้เรียนซ้ำชั้นได้  ทั้งนี้ให้คำนึงถึงวุฒิภาวะแลความรู้ความสามารถของผู้เรียนเป็นสำคัญ

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้  แบ่งออกเป็น 4 ระดับ  ได้แก่ 

1.  การประเมินระดับชั้นเรียน                         2.  การประเมินระดับสถานศึกษา

3.  การประเมินระดับเขตพื้นที่การศึกษา             4.  การประเมินระดับชาติ

โรงเรียนมาตรฐานสากล

World-Class Standard School

 

          โรงเรียนมาตรฐานสากล คือ โรงเรียนที่มีเป้าหมายเพื่อพัฒนา/ยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนการสอนและการจัดการด้วยระบบคุณภาพ  เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียนเป็นมาตรฐานสากล

          การพัฒนาหลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากลของโรงเรียนยโสธรพิทยาคม  เป็นการพัฒนาหลักสูตรตามหลักการของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560)ข้อ 3  ซึ่งเป็นหลักสูตรที่สนองนโยบายการกระจายอำนาจให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับสภาพความต้องการของท้องถิ่น  และความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการด้านต่างๆ ของโลกยุคโลกาภิวัฒน์ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ  เป็นการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศที่สถานศึกษาเน้นและมีความเป็นสากล

          การจัดการเรียนรู้เป็นกระบวนการสำคัญในการนำหลักสูตรสู่การปฏิบัติ  หลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากลเป็นหลักสูตรที่มีมาตรฐานการเรียนรู้  สมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน  เป็นเป้าหมายสำหรับพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เป็นพลโลกที่ดีมีคุณภาพ  มีความเป็นเลิศทางวิชาการ  สื่อสารได้อย่างน้อย 2 ภาษา  ล้ำหน้าทางความคิด  ผลิตงานอย่างสร้างสรรค์  และร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคมโลก

 

          แนวทางการพัฒนาหลักสูตร

  • โรงเรียนมีการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา โดยยึดหลักการและแนวคิดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาทุกประการ คือ  ให้ผู้เรียนได้เรียนกลุ่มสาระพื้นฐาน 8 กลุ่มสาระ  เรียนสาระเพิ่มเติมและกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
  • โรงเรียนจัดให้มีการเรียนการสอนรายวิชาเพิ่มเติม “การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง (IS : Independent Study)” ซึ่งประกอบด้วยสาระการเรียนรู้ 3 สาระ ดังนี้

2.1การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ (IS1 : Research and Knowledge Formation)

2.2 การสื่อสารและการนำเสนอ (IS2 : Communication and Presentation)

2.3 การนำความรู้ไปใช้บริการสังคม (IS3 : Global Education and Social Service)

และให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ภาษาต่างประเทศภาษาที่ 2อีกหนึ่งภาษาสำหรับมัธยมศึกษาตอนปลายการจัดการเรียนการสอน  การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง (IS : Independent Study) จัดเป็นรายวิชาเพิ่มเติม 2รายวิชา  คือ การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ (IS1 : Research and Knowledge Formation)และการสื่อสารและการนำเสนอ (IS2 : Communication and Presentation) โดยแต่ละรายวิชามีจำนวนหน่วยกิต 1.0 หน่วยกิตภายในเวลา 3 ปี  ส่วน IS3 การนำความรู้ไปใช้บริการสังคม (IS3 : Global Education and Social Service) จัดในกิจกรรมเสริมสาระจำนวน 0.5  หน่วยกิต

  • โรงเรียนปรับเปลี่ยนวิธีการวัดและประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยให้ผู้เรียนสร้างสรรค์ผลงานนำเสนอผลงานทั้งเป็นเอกสารและปากเปล่า (Oral Presentation)

          การวัดและประเมินผลการเรียนรู้  แบ่งออกเป็น 4 ระดับ

  • การประเมินระดับชั้นเรียน เป็นการวัดและประเมินผลที่อยู่ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ ผู้สอนดำเนินการเป็นปกติและสม่ำเสมอ  ใช้เทคนิคการประเมินอย่างหลากหลาย 
  • การประเมินระดับสถานศึกษาเป็นการประเมินที่สถานศึกษาดำเนินการเพื่อตัดสินผลการเรียนของผู้เรียนเป็นรายภาค/รายปี ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์  และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน  เพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการศึกษาของสถานศึกษาว่าส่งผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนตามเป้าหมายหรือไม่  ผู้เรียนมีจุดพัฒนาในด้านใด และนำผลการเรียนรู้ของผู้เรียนเปรียบเทียบกับเกณฑ์ระดับชาติ  สู่การปรับปรุงนโยบาย  หลักสูตร โครงการ  หรือวิธีการจัดการเรียนการสอน  และเพื่อจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษาและการรายงานผลการจัดการศึกษาต่อคณะกรรมการสถานศึกษา  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  ผู้ปกครองและชุมชน

          โรงเรียนสนับสนุนการประเมินผลสัมฤทธิ์การเรียนของผู้เรียนร่วมกับหน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยงานอื่นๆ  เพื่อสร้างภาคีเครือข่ายสำหรับการวัดและประเมินผลเพื่อเทียบเคียงมาตรฐานในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้  ดังนี้

          - กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  :  สถาบันภาษาไทย

          - กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม  :  สำนักทดสอบสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

          - กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  :  สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  และสมาคมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทย 

          - กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์  :  สมาคมคณิตศาสตร์แห่งประเทศไทย

          - กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา  :  มหาวิทยาลัยมหิดล  และสำนักทดสอบสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

          - กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ  :  สำนักทดสอบสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

          - กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ  :  สำนักทดสอบสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

          - กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ  :  British Council , Delft Solaria A2 , JF.Test

  • การประเมินระดับเขตพื้นที่การศึกษาเป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับเขตพื้นที่การศึกษาตามมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา
  • การประเมินระดับชาติเป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับชาติตามมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ผลการประเมินใช้เป็นข้อมูลในการเทียบเคียงคุณภาพการศึกษาในระดับต่างๆ เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาและเป็นข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจในระดับนโยบายของประเทศ

โรงเรียนในฐานะผู้รับผิดชอบจัดการศึกษามีระเบียบว่าด้วยการวัดและประเมินผลการเรียนของโรงเรียนที่สอดคล้องและเป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติที่เป็นข้อกำหนดของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551  และโรงเรียนมาตรฐานสากล  เพื่อให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายถือปฏิบัติร่วมกัน

          แนวปฏิบัติเกี่ยวกับงานทะเบียน

1.  การมอบตัว

          นักเรียนที่ผ่านการคัดเลือกได้ตามประกาศของโรงเรียน  จะต้องมีเอกสารการมอบตัว  ดังต่อไปนี้ 

  • ใบปพ.1 : ปซึ่งแสดงว่าจบชั้นป.6 หรือใบปพ.1:บ ซึ่งแสดงว่าจบชั้นม.3 ให้ถ่ายสำเนาเอกสารไปพร้อมกับฉบับจริง  โรงเรียนจะเก็บเฉพาะสำเนาเอกสารไว้เป็นหลักฐาน  ฉบับจริงจะคืนให้กับนักเรียน
  • สำนาทะเบียนบ้าน ฉบับเจ้าบ้านที่มีชื่อนักเรียน ชื่อสกุลของบิดามารดา  ให้ถ่ายสำเนาเอกสารไปพร้อมกับฉบับจริง  โรงเรียนจะเก็บเฉพาะฉบับสำเนาเอกสาร  ฉบับจริงจะคืนให้นักเรียน  ในกรณีที่ไม่สามารถสำเนาทะเบียนบ้านหรือนำฉบับจริงมาได้  ให้ไปขอคัดสำเนาทะเบียนบ้านจากนายทะเบียนท้องถิ่น (ที่ว่าการอำเภอ  หรือเทศบาล  คัดเฉพาะของนักเรียน  บิดา  มารดา)
  • หลักฐานตามข้อ 1 และ 2 จะต้องถูกต้องตรงกัน หากยังไม่ตรงให้แก้ไขให้ต้อง มิฉะนั้นโรงเรียนจะไม่รับมอบตัว
  • ในกรณีเปลี่ยนชื่อ-สกุล ของนักเรียนหรือบิดามารดา หรือเปลี่ยนวัน  เดือน  ปี  เกิด  แต่หลักฐานการเรียนยังไม่เปลี่ยนตาม  จะต้องนำใบสำคัญในการเปลี่ยนชื่อ-สกุล  หรือวัน  เดือน  ปี  เกิด  พร้อมทั้งถ่ายสำเนาเอกสารไปแสดงด้วย  เมื่อเปิดภาคเรียน  ให้นักเรียนไปยื่นคำร้องขอเปลี่ยนชื่อ-สกุล  ที่ฝ่ายทะเบียนของโรงเรียน
  • สำเนานักเรียนที่สำเร็จ ม.3 จากโรงเรียนยโสธรพิทยาคม และเรียนต่อที่เดิม ให้นำใบ ปพ.1 :   พร้อมทั้งถ่ายเอกสารไปแสดงด้วย

2.  การแก้ วัน เดือน ปีเกิด

          เมื่อนักเรียนทราบว่า  วัน  เดือน  ปีเกิด  ของตนเอง  ไม่ตรงกับหลักฐาน  หรือความเป็นจริง  หากมีความประสงค์จะแก้ไขให้ถูกต้องตามความเป็นจริง  ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

          1.  นักเรียน/ผู้ปกครอง  ยื่นคำร้องขอแก้ วัน เดือน ปีเกิด  ของนักเรียนต่อผู้อำนวยการโรงเรียน

          2.  แนบสูติบัตรและสำเนาทะเบียนบ้านไปกับคำร้อง

          3.  การแก้วัน เดือน ปีเกิด  เป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด  โดยโรงเรียนจะแก้ไขได้ก็ต่อเมื่อได้รับอนุมัติแล้ว  และนักเรียนต้องติดต่อขอแก้ให้เรียบร้อยก่อนวันสอบปลายภาคประจำปี

3.  การขอแก้ชื่อ-สกุล

          เมื่อนักเรียนได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนชื่อ  ชื่อสกุล  จากกระทรวงมหาดไทยแล้ว  และประสงค์จะขอเปลี่ยนชื่อ  ชื่อสกุลที่โรงเรียน  ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

          1.  นักเรียน/ผู้ปกครองยื่นคำร้องขอเปลี่ยนชื่อหรือชื่อสกุลของนักเรียนต่อผู้อำนวยการโรงเรียน

          2.  นำใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อ  ชื่อสกุล  ฉบับจริงพร้อมกับสำเนาใบสำคัญแนบมาด้วย

          3.  นำสำเนาทะเบียนบ้านที่ได้แก้ชื่อ  หรือชื่อสกุลแล้ว  แนบมาด้วย

          4.  การขอเปลี่ยนชื่อ  หรือชื่อสกุล  ต้องขอให้แก้ไขเสร็จสิ้นก่อนการสอบปลายปี

4.  การขอใบรับรอง

          นักเรียนที่ต้องการให้โรงเรียนออกใบรับรองว่าปัจจุบันกำลังเรียนอยู่ที่โรงเรียนยโสธรพิทยาคม  เพื่อใช้ในการขอรับทุนหรือสมัครเรียนที่อื่น  ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

          1.  ยื่นคำร้องขอใบรับรองที่ห้องทะเบียน

          2.  แนบรูปถ่ายขาว-ดำ ขนาด 3×4 เซนติเมตร  จำนวน 1 รูป ต่อ เอกสาร 1 ฉบับ

          ใบรับรองจะมีผลใช้ได้ภายใน  120  วันนับตั้งแต่วันออกใบรับรอง

5.  การขอหลักฐานแสดงวุฒิบัตรทางการศึกษา

          ใบแสดงผลการเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น(ปพ1. : บ)  และใบแสดงผลการเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย(ปพ1. : พ)  โรงเรียนจะออกให้เมื่อนักเรียนสำเร็จการศึกษา  หรือลาออกจากโรงเรียน  ให้ดำเนินการต่อไปนี้

          1. ยื่นคำร้องขอ  ปพ.1  ที่ห้องทะเบียน                                                                    

          2. แนบรูปถ่ายขาว-ดำ ขนาด 3×4  เซนติเมตร จำนวน 1 รูป  ต่อ เอกสาร 1 ฉบับ

          3. จะได้รับประมาณเดือนมีนาคมของทุกปี  ส่วนนักเรียนที่ไม่จบพร้อมรุ่นจะได้รับหลังวันที่  16  พฤษภาคม  ของทุกปี

          4. หากใบแสดงผลการเรียนสูญหาย  นักเรียนสามารถขอหลักฐานแสดงผลการเรียนใหม่ได้

          5. ประกาศนียบัตรจะออกให้ครั้งเดียว  ถ้าชำรุดเสียหายจะออกเป็นฉบับใบแทนให้โดยใช้กระดาษธรรมดา

 

 

 

 

 

6.  การขอหลักฐานแสดงผลการเรียนอื่นๆ

          1. ระเบียนผลการเรียน (Transcript) (ปพ.1)ออกให้เฉพาะนักเรียนที่มีผลการเรียนผ่านเกณฑ์

          2. ใบรับรองผลการศึกษา (ปพ.7)

          การขอเอกสารให้ผู้ยื่นคำร้องที่ห้องทะเบียนในเวลาราชการ  โดยแต่งกายชุดสุภาพ  นักเรียนให้แต่งเครื่องแบบนักเรียน

7.  การขอพักการเรียน

          1. ผู้ปกครองยื่นคำร้องขอพักการเรียน  พร้อมเหตุผลที่ห้องทะเบียน

          2. เมื่อต้องการกลับเข้าศึกษาต่อ  ให้ยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนและผู้อำนวยการโรงเรียนตามลำดับ

8.  การขอลานักเรียนออกจากโรงเรียน

          1. ผู้ปกครองยื่นคำร้องขอลานักเรียนออกจากโรงเรียนที่ห้องทะเบียน

          2. แนบรูปถ่ายขาว – ดำ ขนาด  3×4  เซนติเมตร  จำนวน  2  รูป

9.  การแก้  0, ร, มส  หรือ  มผ   

          นักเรียนที่มีผลการเรียนเป็น  0, ร, มส  และ  มผ  ให้ดำเนินการดังขั้นตอนต่อไปนี้

          1. งานวัดผลประกาศตารางสอบแก้ตัว  ให้นักเรียนมาสอบแก้ตัวตามตาราง

          2. นักเรียนรับคำร้องขอสอบแก้ตัวที่ห้องทะเบียน  แล้วกรอกรายละเอียดให้ถูกต้อง

          3. ดำเนินการยื่นคำร้องต่อเจ้าหน้าที่วัดผลกลุ่มสาระ  และหัวหน้ากลุ่มสาระที่นักเรียนสังกัด  จากนั้นนำใบคำร้องยื่นต่อครูผู้สอนเพื่อติดต่อขอสอบแก้ตัว  จากนั้นครูผู้สอนดำเนินการสอบแก้ตัวแล้วนำผลการสอบแก้ตัวส่งงานทะเบียนด้วยตัวเอง

          4. นักเรียนที่ไม่มาสอบครั้งแรก  จะต้องรอสอบครั้งที่ 2  โดยต้องดำเนินการยื่นคำร้องเช่นเดียวกับการสอบแก้ตัวครั้งที่ 1

          5. ในแต่ละภาคการศึกษานักเรียนจะสอบแก้ตัวได้ 2 ครั้ง  ตามวันเวลา  ที่งานวัดผลกำหนด

10.  การอนุมัติการจบหลักสูตร

          โรงเรียนได้กำหนดการอนุมัติการจบหลักสูตรไว้  3  ช่วง  ดังนี้

          ครั้งที่ 1  ระหว่างวันที่  25 – 31  มีนาคม  ของทุกปี

          ครั้งที่ 2  ช่วงสัปดาห์ที่ 1  ของเดือนเมษายน  ของทุกปี

          ครั้งที่ 3  ก่อนวันที่  16  พฤษภาคม  ของทุกปี

          ดังนั้นนักเรียนที่ต้องการจบหลักสูตรต้องดำเนินการแก้  0, ร, มส  และ  มผ ให้เสร็จสิ้นก่อนช่วงเวลาดังกล่าวของการอนุมัติการจบหลักสูตร

 

 

 

ข้อควรจำ

  • การขอใบปพ.1: บ และปพ.1: พ ควรรับตรงตามกำหนดเวลาที่โรงเรียนกำหนด 
  • การส่งรูปเพื่อติดตามหลักฐานต่างๆ ให้เขียนชื่อ ชื่อสกุล  เลขประจำตัวนักเรียนชั้นห้องให้ถูกต้องชัดเจน  เพื่อฝ่ายทะเบียนจะได้ค้นหลักฐาน  และการส่งไว้วันที่แจ้งขอใบรับรองกับฝ่ายทะเบียน
  • การออก ปพ.1 จะออกให้นักเรียนที่มีผลการเรียนผ่านเกณฑ์ทุกรายวิชา คือ มีผลการเรียน 1 – 4 และมีผลกิจกรรมผ่านเกณฑ์
  • รูปถ่ายที่ใช้ขอเอกสารเป็นรูปถ่ายขาว – ดำ ขนาด 3 × 4 เซนติเมตร

 

โครงสร้างเวลาเรียน

          หลักสูตรโรงเรียนยโสธรพิทยาคม พุทธศักราช 2563ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) และโรงเรียนมาตรฐานสากล  กำหนดกรอบโครงสร้างเวลาเรียน  ดังนี้

 

 

กลุ่มสาระการเรียนรู้ /กิจกรรม

เวลาเรียน

 
 

ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

 
 

ม.1

 (หน่วยกิต/ชม.)

ม.2

(หน่วยกิต/ชม.)

ม.3

(หน่วยกิต/ชม.)

ม.4

(หน่วยกิต/ชม.)

ม.5

(หน่วยกิต/ชม.)

ม.6

(หน่วยกิต/ชม.)

 
 

รายวิชาพื้นฐาน

 
 

ภาษาไทย

3.0(120)

3.0(120)

3.0(120)

2.0(80)

2.0(80)

2.0(80)

 
 

คณิตศาสตร์

3.0(120)

3.0(120)

3.0(120)

2.5(100)

2.5(100)

1.0(40)

 
 

 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

4.0(160)

4.0(160)

4.0(160)

7.0(280)

-

-

 
 

  สังคมศึกษา  ศาสนาและ วัฒนธรรม

4.0(160)

4.0(160)

4.0(160)

3.0(120)

3.0(120)

2.0(120)

 
 

สุขศึกษาและพลศึกษา

2.0(80)

2.0(80)

2.0(80)

1.0(40)

1.0(40)

1.0(40)

 
 

ศิลปะ

2.0(80)

2.0(80)

2.0(80)

1.0(40)

1.0(40)

1.0(40)

 
 

  การงานอาชีพ

1.0(40)

1.0(40)

1.0(40)

1.0(40)

1.0(40)

1.0(40)

 
 

ภาษาต่างประเทศ

3.0(120)

3.0(120)

3.0(120)

2.0(80)

2.0(80)

2.0(80)

 
 

รวมเวลาเรียน (พื้นฐาน)

22.0(880)

22.0(880)

22.0(880)

19.5(780)

12.5(480)

10.0(400)

 
 

* กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

120

120

120

120

120

120

 
 

 

แผนการเรียนทั่วไป

แผนการเรียน  วิทย์ – คณิต

 
 

รายวิชาเพิ่มเติม

ม.1

(หน่วยกิต/

ชม.)

ม.2

(หน่วยกิต/ชม.)

ม.3

(หน่วยกิต/ชม.)

ม.4

(หน่วยกิต/ชม.)

ม.5

(หน่วยกิต/ชม.)

ม.6

(หน่วยกิต/ชม.)

 
 

คณิตศาสตร์

2.0(80)

2.0(80)

2.0(80)

2.5(100)

2.5(100)

4.0(160)

 
 

ภาษาต่างประเทศ

- ภาษาอังกฤษ

- ภาษาจีน,ญี่ปุ่น (1ภาษา)

3.0(120)

1.0(40)

2.0(80)

1.0(40)

2.0(80)

1.0(40)

1.5 (60)

1.0(40)

2.0(80)

1.0(40)

2.0(80)

1.0(40)

 
 

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

1.0 (40)

-

-

5.0(200)

10.0(400)

10.0(400)

 
 

ภาษาไทย

1.0 (40)

-

-

       
 

ศิลปะ

1.0 (40)

-

-

       
 

การงานอาชีพ

-

-

-

-

2.0(80)

1.0(40)

 
 

IS1 , IS2

1.0(40)

1.0(40)

-

1.0(40)

1.0(40)

-

 
 

กลุ่มสาระการเรียนรู้ /กิจกรรม

เวลาเรียน

 
 

ห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ฯ

ห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ฯ

 
 

รายวิชาเพิ่มเติม

ม.1

(หน่วยกิต/ชม.)

ม.2

(หน่วยกิต/ชม.)

ม.3

(หน่วยกิต/ชม.)

ม.4

(หน่วยกิต/ชม.)

ม.5

(หน่วยกิต/ชม.)

ม.6

(หน่วยกิต/ชม.)

 
 

คณิตศาสตร์

2.0(80)

2.0(80)

4.0(160)

3.0 (120)

4.0(160)

5.0(200)

 
 

ภาษาต่างประเทศ

- ภาษาอังกฤษ

- ภาษาจีน,ญี่ปุ่น ( 1ภาษา )

2.0(80)

1.0(40)

2.0(80)

1.0(40)

1.5 (60)

1.0(40)

1.5 (60)

1.0(40)

1.0(40)

1.0(40)

2.0(80)

1.0(40)

 
 

ภาษาไทย

-

1.0(40)

-

-

-

-

 
 

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

3.0(120)

5.0(200)

5.0(200)

8.5(340)

16.5(660)

13.0(520)

 
 

การงานอาชีพ

-

-

-

-

-

-

 
 

IS1, IS2

1.0(40)

1.0(40)

-

1.0(40)

1.0(40)

   
 

กลุ่มสาระการเรียนรู้ /กิจกรรม

เวลาเรียน

 
 

แผนการเรียน MEP

แผนการเรียน MEP

 
 

รายวิชาเพิ่มเติม

ม.1

(หน่วยกิต/ชม.)

ม.2

(หน่วยกิต/ชม.)

ม.3

(หน่วยกิต/ชม.)

ม.4

(หน่วยกิต/ชม.)

ม.5

(หน่วยกิต/ชม.)

ม.6

(หน่วยกิต/ชม.)

 
 

คณิตศาสตร์

4.0(160)

4.0(160)

4.0(160)

4.5(180)

4.5(180)

6.0 (240)

 
 

ภาษาอังกฤษ

2.0(80)

2.0(80)

2.0(80)

2.0(80)

2.0(80)

2.0(80)

 
 

ภาษาจีน,ญี่ปุ่น ( 1ภาษา )

1.0(40)

1.0(40)

1.0(40)

    1.0(40)

1.0(40)

1.0(40)

 
 

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

-

-

-

8.5(340)

13.5(540)

13.0(520)

 
 

สังคมศึกษา  ศาสนาและ วัฒนธรรม

-

-

-

-

-

-

 
 

การงานอาชีพ

-

-

-

-

-

-

 
 

ศิลปะ

-

-

-

-

-

-

 
 

IS1, IS2

1.0(40)

1.0(40)

-

1.0(40)

1.0(40)

-

 
     
 

 

 

แผนการเรียน ภาษาศาสตร์ – จีน – อังกฤษ

 
 

รายวิชาเพิ่มเติม

     

ม.4

(หน่วยกิต/ชม.)

ม.5

(หน่วยกิต/ชม.)

ม.6

(หน่วยกิต/ชม.)

 
 

ภาษาอังกฤษ

     

3.0 (100)

3.0(120)

3.0(120)

 
 

ภาษาจีนและภาษาอังกฤษ

     

6.0(240)

6.0(240)

6.0(240)

 
 

ภาษาไทย

     

1.0(40)

1.0(40)

1.0(40)

 
 

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

     

-

1.0(40)

1.0(40)

 
 

สังคมศึกษา  ศาสนาและ วัฒนธรรม

     

-

2.0(80)

1.0(40)

 
 

การงานอาชีพ

     

-

-

2.0(80)

 
 

IS1, IS2

     

1.0(40)

1.0(40)

-

 

กลุ่มสาระการเรียนรู้ /กิจกรรม

เวลาเรียน

   

 

 

แผนการเรียน ภาษาศาสตร์ – ญี่ปุ่น – อังกฤษ

   

รายวิชาเพิ่มเติม

     

ม.4

(หน่วยกิต/ชม.)

ม.5

(หน่วยกิต/ชม.)

ม.6

(หน่วยกิต/ชม.)

   

ภาษาอังกฤษ

     

3.0(120)

3.0(120)

3.0(120)

   

ภาษาจีนและภาษาญี่ปุ่น

     

6.0(240)

6.0(240)

6.0(240)

   

ภาษาไทย

     

1.0(40)

1.0(40)

1.0(40)

   

วิทยาศาสตร์

     

-

1.0(40)

1.0(40)

   

สังคมศึกษา  ศาสนาและ วัฒนธรรม

     

-

2.0(80)

1.0(40)

   

การงานอาชีพและเทคโนโลยี

     

-

-

-

   

IS1, IS2

     

1.0(40)

1.0(40)

-

   

 

ห้องเรียนพิเศษAP

ห้องเรียนพิเศษ AP

   

รายวิชาเพิ่มเติม

ม.1

(หน่วยกิต/ชม.)

ม.2

(หน่วยกิต/ชม.)

ม.3

(หน่วยกิต/ชม.)

ม.4

(หน่วยกิต/ชม.)

ม.5

(หน่วยกิต/ชม.)

ม.6

(หน่วยกิต/ชม.)

   

คณิตศาสตร์

2.0(80)

4.0(80)

2.0(80)

4.5(180)

5.5(220)

5.0(200)

   

ภาษาต่างประเทศ

- ภาษาอังกฤษ

- ภาษาจีน,ญี่ปุ่น( 1ภาษา )

2.0(80)

1.0(40)

1.5(80)

1.0(40)

2.0(80)

1.0(40)

2.0(80)

1.0(40)

2.0(80)

1.0(40)

2.0(80)

1.0(40)

   

วิทยาศาสตร์

5.0(80)

5.0(80)

5.0(80)

9.5(380)

15.5(620)

9.5(380)

   

การงานอาชีพและเทคโนโลยี

-

-

-

1.0(40)

1.0(40)

3.0(120)

   

สุขศึกษาและพลศึกษา

-

-

-

         

ภาษาไทย

1.0(40)

-

-

         

IS1, IS2

1.0(40)

1.0(40)

-

1.0(40)

1.0(40)

     

 

 

 

 

แผนการเรียน ศิลปะ – เทคโนโลยี

   

รายวิชาเพิ่มเติม

     

ม.4

(หน่วยกิต/ชม.)

ม.5

(หน่วยกิต/ชม.)

ม.6

(หน่วยกิต/ชม.)

   

ภาษาอังกฤษ

     

3.0(120)

3.0(120)

3.0(120)

   

ภาษาจีน,ญี่ปุ่น

     

1.0(40)

1.0(40)

1.0(40)

   

ภาษาไทย

     

-

1.0(40)

2.0(40)

   

วิทยาศาสตร์

     

3.0(120)

3.0(120)

3.0(120)

   

สังคมศึกษา  ศาสนาและ วัฒนธรรม

     

-

-

2.0(80)

   

การงานอาชีพและเทคโนโลยี

     

-

-

-

   

ศิลปะ

     

3.0(120)

3.0(120)

3.0(120)

   

IS1, IS2

     

1.0(40)

1.0(40)

-

   
                                                     

สามารถ ดาวน์โหลด รายละเอียดโครงสร้างหลักสูตรที่ QR CODE ข้างล่าง

 

โรงเรียนยโสธรพิทยาคม

ตารางจำแนกความรับผิดชอบห้องเรียนตามกลุ่มสาระการเรียนรู้และจำนวนครูประจำปีการศึกษา 2564

กลุ่มสาระการเรียนรู้

ระดับชั้น ม.1

ห้องที่รับผิดชอบ

ระดับชั้น ม.2

ห้องที่รับผิดชอบ

ระดับชั้น ม.3

ห้องที่รับผิดชอบ

ระดับชั้น ม.4

ห้องที่รับผิดชอบ

ระดับชั้น ม.5

ห้องที่รับผิดชอบ

ระดับชั้น ม.6

ห้องที่รับผิดชอบ

จำนวนห้องเรียน

จำนวนครู

ประจำคณะสี

คณิตศาสตร์

7,8,16

2,7, 12,16

2,7,16

7,13

2,5,13

2,5, 13

18

30

แสด

ภาษาไทย

2 , 3

6

8

2

3,7

3, 7

9

16

เขียว

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

5,6, 9, 10,17

5,10,17

5,10,17

4, 5, 8,11, 14

8,14

8,11,14

21

46

ชมพู

ภาษาต่างประเทศ

13,14,15

13,14,15

13,14,15

10,12

10,12

10,12

15

29

เหลือง

ศิลปะ

4

9

9

9

9

9

6

13

ฟ้า

สังคมศึกษาฯ

1,11

1,4, 11

1,11

1

1,6

1,6

12

21

ฟ้า

สุขศึกษาฯ

 

3, 8

3

 

4

4

5

8

เขียว

การงานอาชีพ

-

 

4,6

3

-

-

3

7

เหลือง

แนะแนว

12

 

12

6

11

-

4

7

เขียว

รวม

17 ห้อง

17 ห้อง

17 ห้อง

14 ห้อง

14 ห้อง

14 ห้อง

93

172

5 คณะสี

คณะสี

กลุ่มสาระการเรียนรู้

จำนวนห้อง

จำนวนครู

การจัดห้องเรียน

 การจัดห้องตามแผนการเรียนม.4-6

แสด

ชมพู

เหลือง

ฟ้า

เขียว

คณิตศาสตร์

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ภาษาต่างประเทศและการงานอาชีพ

สังคมศึกษาฯและศิลปะ

ภาษาไทย  สุขศึกษา ฯ และแนะแนว

18

21

18

18

18

30

45

34

34

31

1. ห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ฯ (Gifted) ได้แก่ม.1/17, 2/17, 3/17, 4/14, 5/14, 6/14

2. ห้องเรียน Mini English Program ได้แก่

ม.1/14, 1/15, 2/14, 2/15 , 3/14, 3/15, 4/12, 5/12, 6/12

3. ห้อง King ได้แก่ ม.1/1, 1/2, 2/1, 2/2, 3/1, 3/2, 4/1, 4/2, 5/1, 5/2, 6/1, 6/2

4. ห้อง AP ได้แก่ ม.1/16, 2/16, 3/16, 4/13, 5/13, 6/13

ห้อง 1 – 8 แผนเรียนวิทยาศาสตร์ – คณิตศาสตร์

ห้อง 9 แผนเรียนภาษาศาสตร์ – ภาษาจีน – อังกฤษ

ห้อง 10 แผนเรียนภาษาศาสตร์ –ภาษาญี่ปุ่น – อังกฤษ

ห้อง 11 แผนเรียนเทคโน – ศิลป์

ห้อง 12 ห้องเรียนพิเศษ Mini English Program

ห้อง 13 ห้องเรียนพิเศษ AP

ห้อง 14 ห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ฯ